คอลัมน์ จับกระแสโดย ดวงตา วรรณศิลป์
ขณะที่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ยืนยันว่า นโยบายกองทุนหมู่บ้าน มีรากงอกมาจากพรรคกิจสังคม โดยตัว นายสุวิทย์ คุณกิตติ เองที่เป็นต้นคิด
นางมุกดา พงษ์สมบัติ ที่ทำงานร่วมกับ นายสุวิทย์ คุณกิตติ มากว่า 10 ปี ก็บอกว่า นโยบาย เอสเอ็มแอล ก็เป็นของ นายสุวิทย์ คุณกิตติ
ยิ่งกว่านั้น ในการแถลงนโยบายของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาที่นำโดย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร กับ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์
ป้ายใหญ่ข้างหลังบุคคลทั้งสอง คือ ข้อความ ประชาสมคิด
นี่ย่อมเท่ากับเป็นการเลียนคำ ประชานิยม อันเป็นความสำเร็จของพรรคไทยรักไทยตลอดเวลา 5 ปีเศษที่เป็นรัฐบาล
เพียงแต่เปลี่ยนจาก นิยม มาเป็น สมคิด เท่านั้น
คำว่า ประชาสมคิด ที่เขียนเป็นตัวขนาดใหญ่ย่อมก่อให้เกิดนัยประหวัดไปยัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อย่างไม่ต้องสงสัย
นี่ย่อมเท่ากับเป็นการปฏิเสธบทบาทและความหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ต้องยอมรับว่านโยบายกองทุนหมู่บ้านเกิดขึ้นในพรรคกิจสังคมที่มี นายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นต้นคิดจริงๆ
แต่ถามว่าหากอยู่ในพรรคกิจสังคมจะคึกคักอย่างที่เป็นอยู่หรือไม่
ต้องยอมรับว่าในห้วงแห่งการเขียนนโยบายทางเศรษฐกิจให้กับพรรคไทยรักไทยนั้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีบทบาทเป็นตัวหลักอย่างมิอาจปฏิเสธได้
แม้แต่คำว่า คิดใหม่ ทำใหม่ ก็น่าจะมาจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
แต่คำถามก็คือ หากไม่มีพรรคไทยรักไทย หากพรรคไทยรักไทยไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค นโยบายกองทุนหมู่บ้านของพรรคกิจสังคม และนโยบายหลายนโยบายที่มาจากสมองก้อนโตของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะมีชะตากรรมอย่างไร
คำตอบอาจจะยังไม่มีในขณะนี้ แต่รอให้ผ่านการเลือกตั้งทั่วไป สมัย 23 ธันวาคม 2550 ไปก่อน ก็น่าจะมีคำตอบ
เป็นคำตอบจากพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นคำตอบจากพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 24 ธันวาคม 2550 นั่นแหละจะเป็นคำตอบให้กับ นายสุวิทย์ คุณกิตติ และให้กับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
ปมเงื่อนอยู่ตรงที่ในการเลือกตั้งทั่วไป สมัย 6 มกราคม 2544 พรรคไทยรักไทยได้รับเลือกตั้งเข้ามาทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ 248 คน
248 อาจน้อยกว่า 250 หรือกึ่งหนึ่งของ 500 ไป 2
แต่เมื่อผนวกเข้ากับพรรคความหวังใหม่ และเมื่อผนวกรวมเข้ากับพรรคเสรีธรรม น้ำหนักในการต่อรองของพรรคไทยรักไทยกับพรรคชาติไทยก็สูงเป็นอย่างยิ่ง
สูงจนมากพอที่นโยบายของ รัฐบาล จะมาจากนโยบายของ พรรคไทยรักไทย
ตรงนี้แหละที่ผลการเลือกตั้งทั่วไป สมัย 23 ธันวาคม 2550 จะบ่งบอกน้ำหนักในการเจรจาต่อรองของ พรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ไม่ว่ากับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชาชนว่ามีมากน้อยเพียงใด
ในทางการเมืองผลการเลือกตั้งต่างหากคือคำตอบ คือปัจจัยขี้ขาด
หน้า 9
ข้อมูลจาก มติชน
