ภาพรวมสนามเลือกตั้งของจ.ตรัง ไม่ว่าจะในช่วงเวลาใดก็ตาม โอกาสที่ตัวแทนจากพรรคการเมืองอื่นจะสอดแทรกเข้ามา มีบทสรุปที่ลงตัวได้โดยง่ายว่า หมดหวังโดยสิ้นเชิง แต่การเลือกตั้งในเดือนธันวาคมนี้ สิ่งที่กำลังสร้างแรงกดดันให้เกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ นั่นก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวเองอันเป็นผลมาจากการแย่งชิงเพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นตัวแทนของพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง
หากย้อนหลังไปแล้วปัญหานี้เริ่มก่อตัวขึ้นนับตั้งแต่ปี2544 เมื่อครั้งที่ วิเชียร คันฉ่อง อดีตขุนพลคู่ใจ ชวน หลีกภัย ซึ่งวิเชียร เป็นอดีต ส.ส.ตรัง มายาวนานถึง 6 สมัยเกิดแสดงอาการน้อยใจ ประชาธิปัตย์ ด้วยเหตุผลบางประการ จนประกาศขอวางมือทางการเมือง จึงจำเป็นที่พรรคจะต้องสรรหาผู้ที่เหมาะสมมาลงสมัครแทน จนมาได้ข้อสรุปที่ สุวรรณ กู้สุจริต อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา
ส่วนการเลือกตั้งส.ส.ปี 2548 ผู้สมัครประชาธิปัตย์ก็ยังคงเป็นชุดเดิม เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ส.ปี2549/1 และ2549/2 กระทั่ง สุวรรณ กู้สุจริต อดีต ส.ส.เขต1 ไปพัวพันกับคดีทุจริตโครงการก่อสร้างสนามกีฬาคลองหกจ.ปทุมธานี และศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิด การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้น เดิมทีบรรดาแกนนำของประชาธิปัตย์แม้กระทั่งชวน หลีกภัย มองว่าเรื่องนี้ไม่น่ากังวล เพราะคดียังอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว สุวรรณ กู้สุจริต อาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ได้แต่เมื่อรัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอน ก็มีข่าวปล่อยออกมาว่า สุวรรณ กู้สุจริต เว้นวรรคทางการเมืองพร้อมกับมีการเสนอชื่อบุคคลอื่นๆ ขึ้นมาเป็นตัวแทน
หนึ่งในนั้นที่มาแรงและดูเหมือนว่าผู้ใหญ่ ในประชาธิปัตย์จะเห็นชอบด้วยก็คือ สุกิจอัถโถปกรณ์ อดีตส.ส.ตรังปี 2538 และอดีตส.ว.ตรังปี 2549 จนถึงขั้นที่เจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์อย่างมั่นอกมั่นใจแต่ต่อมาก็กลับถูกกระแสแกนนำ หัวคะแนน และสมาชิกพรรคออกมาคัดค้าน
สิ่งที่ยิ่งตอกย้ำความวุ่นวายของประชาธิปัตย์สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้ก็คือการที่ที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค เขต 1 มีมติเสนอชื่อธีระศักดิ์ มักคุ้น หัวหน้างานส่งเสริมและพัฒนา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ลงสมัคร ส.ส.ระบบเขตแทน สุวรรณ กู้สุจริต โดยไม่มีผู้ใดในที่ประชุมเสนอชื่อ สุกิจ อัถโถปกรณ์ เลย
แม้ว่าที่สุดแล้วหัวเรือใหญ่อย่างชวน หลีกภัย จะสามารถจัดการเรื่องทั้งหมดให้ลุล่วงได้ไม่ว่าผู้สมัคร ส.ส.คนนั้นจะชื่อ ธีระศักดิ์ มักคุ้น หรือ สุกิจ อัถโถปกรณ์ แต่สิ่งที่น่าขบคิดก็คือ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบไปถึงการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมนี้หรือไม่เพราะอาจจะมีใครหรือกลุ่มใดเกิดอาการน้อยใจและตัดสินใจทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง
ที่สำคัญก็คือพรรคคู่แข่งอย่างพลังประชาชน ตลอดจนพรรคอื่นๆที่ยังไม่ประกาศตัว ซึ่งมีรายชื่อของว่าที่ผู้สมัครคนดังๆ จะไปสังกัดด้วย กำลังมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาธิปัตย์ด้วยความสนใจ เพราะนั่นอาจจะเป็นรอยร้าวเล็กๆ ที่นำไปสู่การขยายผล เพื่อการแย่งชิงที่นั่ง ส.ส.
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
