รัฐบาลยังมั่นใจประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 70 % ธีรภัทร์ยอมรับกังวลเรื่องบัตรเสีย -ประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองไม่ออกใช้สิทธิ์(19พย.) เวลา 12.00น.นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ว่า กรณีประชาชนไม่ค่อยทราบในเรื่องของการเลือกตั้งนั้นจะต้องรีบรณรงค์ให้ประชาชนได้ทราบถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า และวันเลือก ตั้งล่วงหน้าคือวันที่ 15-16 ธ.ค. อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังเชื่อมั่นว่าจะมีประชาขนออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างต่ำจะมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ซึ่งขณะนี้การประชาสัมพันธ์จะต้องทำทั้งในภาพกว้างและเชิงลึก ที่ต้องอาศัยหน่วยราชการที่มีเจ้าหน้าที่ที่มีความสัมพันธ์กับประชาชนโดยตรง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อชักชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นอกจากนี้ตนยังมีความวิตกกังวลในเรื่องของบัตรเสีย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงระบบ หรือวิธีการเลือกตั้งไปจากเดิม อีกทั้งหมายเลขในระบบสัดส่วนและระบบเขตเลือกตั้งก็มีความแตกต่างกัน ในส่วนของหมายเลขระบบสัดส่วน คงไม่มีปัญหามากเพราะเป็นการเลือกพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว ในส่วนระบบเขตเลือกตั้งซึ่งสามารถเลือกผู้สมัครที่ไม่ได้มาจากพรรคเดียวกันได้ และแต่ละจังหวัดแต่ละเขตก็มีจำนวนที่แตกต่าง จุดนี้ประชาชนต้องทำความเข้าใจว่าจะเลือกใครก่อนเข้าไปยังคูหา ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นจุดที่ทำให้เกิดบัตรเสียได้ง่าย กกต.ต้องเร่งทำความเข้าใจให้เร็วที่สุด ซึ่ง ครส.ก็จะเข้าไปช่วยด้วย
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ล่วงหน้าเพิ่มขึ้นขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 4 แสน ซึ่งทางกกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องรีบประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะมาใช้สิทธิมากกว่าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยอมรับว่ายังเป็นห่วงตัวเลขของคนที่เบื่อการเมือง ที่สับสนวุ่นวาย ที่ยังมีอยู่มากตนอยากชี้ให้เห็นว่าเราจะเบื่อการเมืองไม่ได้ เพราะถ้าเบื่อการเมือง ก็คงไม่ได้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมา
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ กกต.ทั้ง 5 คน เข้าใจการทำหน้าที่ของ ครส.เป็นอย่างดี และทางนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ได้สรุปข้อมูลของกกต.แจ้งมายัง ครส. ว่า ที่ผ่านมา การทำงานของ ครส.ไม่เคยเข้าไปก้าวก่าย กกต. และได้ขอบคุณที่ ครส.ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง และได้ทำหนังสือมาถึง ครส.ในประเด็นเรื่องการจัดการเลือกตั้งให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรม ในประเด็นผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียง ผู้ที่ให้ข้อมูลจะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 ซึ่งทาง กกต.ประสานกับกระทรวงยุติธรรมแล้ว และในทางปฏิบัติทางผู้แจ้งเบาะแสกังวลว่าจะถูกทำร้าย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่คอยดูแล นอกจากนี้ทาง กกต.ยังขอให้ ครส.ช่วยประชาสัมพันธ์ รณรงค์ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เช่นอันตรายในการซื้อสิทธิขายเสียง การรณรงค์ไม่ให้มีการขายเสียง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
