เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 2 ธ.ค. นายไกรสรเรืองศรี สารสมัคร ผู้สมัครจากพรรคมัชฌิมาธิปไตย หมายเลข 1 ส.ส.แบบแบ่งเขต จ.อำนาจเจริญ ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.สิทธิยา วัชรภูมิ พนักงานสอบสวน(สบ.2) สารวัตรเวร สภ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ เพื่อให้เร่งติดตามคนร้าย รายที่นำลูกกระสุนปืนชนิด 9 มม.4 นัดใหม่เอี่ยมไปข่มขู่ นายอุดม พรมรัตน์ อดีต นายกเทศมนตรีตำบลเสนางคนิคม ซึ่งเป็นหัวคะแนนคนสำคัญ ประจำอำเภอเสนางคนิคม โดยคนร้าย ไม่ทราบจำนวน เข้าไปข่มขู่ ภรรยาและครอบครัวของนายอุดม หลายครั้ง ไม่ให้นายอุดมฯซึ่งมีดีกรี เป็นอดีต นายกเทศมนตรี เสนางคนิคม เตรียมให้การสนับสนุน นายไกรสรเรืองศรี สารสมัคร ช่วงโค้งสุดท้าย โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมานายไกรสรเรืองศรี สารสมัคร กล่าวว่า ตนมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งให้สอบสวนให้เร็วขึ้น ซึ่งผู้เสียหาย คือนายอุดม พรมรัตน อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 230 ม.12 ต.เสนางคนิคมได้เข้าแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว แต่เรื่องก็ยังเงียบหาย ยังไม่มีความคืบหน้า ตนในฐานะผู้เกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องนี้ เนื่องจากตนได้ไหว้วานให้นายอุดมช่วยหาคะแนนในหมู่บ้าน จึงต้องออกมาติดตามเพื่อให้หัวคะแนน ได้รับความปลอดภัย
นายไกรสรเรืองศรี กล่าวว่า ที่ อำเภอเสนางคนิคม เป็นถิ่นเก่าบ้านเกิดของที่อยู่กับพ่อแม่มานาน กว่า 20 ปีมีญาติพี่น้อง รวมกันมากกว่าหนึ่ง พันครอบครัว จึงมี คะแนนนิยมเหนือคู่แข่งจากทุกพรรค ซึ่งอาจทำให้คู่แข่งเกรงว่า ตนจะได้รับเลือกตั้งจึงออกมาข่มขู่ โดยเฉพาะนายอุดมที่ใครๆก็ให้ความเคารพจึงถูกกดดันดังกล่าว โดยตนให้ นายอุดม พรมรัตน์ อดีต นายกเทศมนตรีตำบลเสนางคนิคม ออกไปช่วยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายได้เพียงคืนเดียว พอตกดึก ก็มีคนนำลูกกระสุนปืน มาฝากที่หน้าบ้านเป็นเรื่องน่ากลัวมากสำหรับท้องถิ่นที่เคยสงบ และไม่มีเรื่องอย่างนีมาก่อน ตนต้องขอให้ตำรวจช่วยเหลือ ก่อนที่จะมีเหตุการณ์รุนแรงกว่านี้
ผมให้ข้อมูลกับตำรวจไปว่า ได้มีหัวคะแนนของคู่แข่งรายหนึ่ง ตามประกบบันทึกภาพวีดิโอทีมงานของ พรรคมัชฌิมาธิปไตย มาตลอด3-4 วันแล้ว แต่เไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงล่าสุด ได้เอาลูกกระสุนมาฝากหัวคะแนนของตนรายนี้จนได้ ครอบครัวของนายอุดมหวาดกลัว มากกระทั่งนางยุภาพร ภรรยาของนายอุดมได้ออกมาขอร้องสามี ให้หยุดการหาเสียงให้ตน เพื่อตัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น. นายไกรสรเรืองศรีกล่าวทิ้งท้าย
ด้าน พ.ต.ต.สิทธิยา วัชรภูมิ สารวัตรเวร เจ้าของคดี กล่าวว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังตรวจสอบ กลุ่มที่อยู่ตรงข้าม กับ นายไกรสรเรืองศรี และทีมงานอยู่ ตำรวจยอมรับ ในท้องที่เริ่มมีความรุนแรง แม้จะแค่ข่มขู่ก็เป็นเรื่องที่ ตำรวจต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนลูกกระสุน เป็นของแท้ๆไม่ใช่หลอก เชื่อว่า ฝ่ายตรงข้ามที่เป็นคู่แข่ง ต้องการข่มขู่มากกว่า ตำรวจพอรู้แล้ว ว่าเป็นกลุ่มใด จะเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุร้ายโดยเด็ดขาด
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
