ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายพิทักษ์ รังษีธรรม อายุ 65 ปี อดีต ส.ส.ตรัง 1 สมัย พรรคชาติไทย เมื่อปี 2530 และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ตรัง หลายสมัย รวมทั้งประธานกรรมการบริหาร โรงแรม เอ็ม.พี.รีสอร์ท หรือโรงแรมเรือ และยังเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายหลายอย่างในจังหวัดตรัง ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2550 เวลา 00.39 น. ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพฯ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น นายพิทักษ์ ได้เข้ารับการรักษาตัว ที่โรงพยาบาลดังกล่าวประมาณ 3-4 เดือน ด้วยโรคก้อนนิ่วอุดตันที่ลำไส้ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เกิดขึ้นมานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่ต่อมาก็ได้มีอาการทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับเดิมทีก็ป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว จึงทำให้ก้อนนิ่วลุกลามขึ้นกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย จนเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนขึ้นในร่างกายด้วยอาการน้ำท่วมปอด และเกิดความผิดปกติของตับทั้งนี้ ทางครอบครัวได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่ศาลา 15 วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ โดยล่าสุดได้ประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และประกอบพิธีทางศาสนาไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีบุคคลที่รู้จักและนับถือทั้งที่กรุงเทพฯ และจังหวัดตรัง เดินทางไปร่วมคำนับศพกันเป็นจำนวนมาก ส่วนพิธีพระราชทานเพลิงศพนั้น จะมีขึ้นในช่วงประมาณวันที่ 22-23 มกราคม 2551
สำหรับ นายพิทักษ์ นั้น ถือเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่ว ทั้งในจังหวัดตรังและในระดับประเทศ โดยเฉพาะจากบทบาททางด้านการเมือง เพราะเป็นผู้ที่ชิงตำแหน่ง ส.ส.ตรัง ไปครองได้ เมื่อปี 2530 ทั้งๆ ที่ไม่ได้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนเส้นทางธุรกิจก็พลิกผันเป็นอย่างยิ่ง ทั้งโรงแรม โรงยาง โรงเรียน เคเบิ้ลทีวี บ้านจัดสรร ฯลฯ จบการศึกษาระดับชั้น ป.6 ที่โรงเรียนทับเที่ยงฮั่วเฉียว จังหวัดตรัง และได้มาเรียนต่อระดับชั้น ม.ปลาย ที่โรงเรียนตรังวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่ นายชวน หลีกภัย เคยร่ำเรียน จบไฮสกูลจากเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย และสอบได้เกียรตินิยม เริ่มทำงานที่บริษัท มารูเบนิ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของประเทศญี่ปุ่น ตามมาด้วยที่โรงแรมฟูจิ และที่สถานทูตประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย
ต่อมาเขาได้กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดในจังหวัดตรัง เพื่อประกอบธุรกิจบ้านจัดสรร หมู่บ้านรังษีวิลล่า ซึ่งตั้งอยู่บนถนนวัดนิโครธ ในเขตเทศบาลนครตรัง และยังจุดเริ่มในเส้นทางการเมือง ด้วยการลงสมัคร ส.ส.เมื่อปี 2529 ในนามพรรคก้าวหน้า แต่ก็สอบตก ได้เพียงลำดับที่ 5 ด้วย 54,000 คะแนน จาก ส.ส.ที่ต้องการ 3 คน เพราะมีเวลาหาเสียงแค่ 70 วัน และมีผู้สมัครแข่งด้วยถึง 21 คน
ในปี 2531 เขาลงสมัคร ส.ส.ตรัง อีกครั้ง ในนามพรรคประชาชน และในปีนี้นี่เองที่พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเสียเก้าอี้ให้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าต่อมาเขาจะลงสมัคร ส.ส.ตรัง อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จอีกเลย หรือการลงชิงชัยในตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง เมื่อปี 2547 แต่ก็สู้กับ นายกิจ หลีกภัย พี่ชายของ นายชวน ไม่ได้ รวมทั้งล่าสุดก็คือ การลงสมัคร ส.ว.ตรัง เมื่อปี 2449 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน
ผลงานและเกียรติประวัติเด่นๆ ของเขาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เป็นเลขาธิการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมมนตรี เป็นคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ได้รับพระราชทานพ่อตัวอย่าง ประจำปี 2536 ได้รับพระราชทานรางวัล โล่ห์เสมาธรรมจักร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นแปซิฟิค สาขาเศรษฐศาสตร์
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
