ผู้สมัคร มัชฌิมาฯ ขวัญเสีย หลังประชัยลาออกผู้นำพรรค หวั่นทำป้ายหาเสียงไม่ทัน ขณะที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 20 วันก็จะถึงกำหนดวันเลือกตั้งนายณรงค์ พิริยะเอนก โฆษกพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อารักษ์ โรจนุตมะ ผู้อำนวยการพรรค ได้สั่งให้จัดเก็บป้ายหาเสียง นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า เป็นการปฏิบัติตามคำสัมภาษณ์ที่นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระพบุว่าเมื่อประกาศลาออกแล้วจะต้องจัดเก็บป้ายหาเสียง มิเช่นนั้นอาจถูกดำเนินคดีข้อหาหลอกลวงที่มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค ซึ่งขณะนี้เชื่อว่าผู้สมัครของพรรคฯทั้งในเขต กทม. และต่างจังหวัด จะเริ่มทยอยจัดเก็บป้ายหาเสียงของนายประชัย รวมทั้งป้ายหาเสียงของผู้สมัครที่มีรูปของนายประชัย ติดอยู่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการถูก กกต.ฟ้องร้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เกิดความหวาดวิตกกับผู้สมัครว่าเมื่อมีการจัดเก็บป้ายหาเสียงแล้วจะหาป้ายใหม่ที่ไม่มีรูปนายประชัยมา ติดตั้งแทนได้ทันหรือไม่ เพราะการจัดทำป้ายใหม่นั้นไม่อาจทำให้เสร็จภายในวันเดียว ขณะที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 20 วันก็จะถึงกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความเดือดร้อนของผู้สมัครอย่างมาก นอกจากเรื่องที่เสียขวัญกำลังใจเมื่อนายประชัยประกาศลาออกจากการเป็นแม่ทัพผู้นำพรรค ขณะนี้ผู้สมัครจึงหวังที่จะให้นายประชัยตัดสินใจที่จะกลับมาสู้และเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง
พรรคก็เปรียบเสมือนกองทัพเมื่อไม่มีแม่ทัพนำสู้ศึกแล้ว ขวัญกำลังใจลูกพรรคก็หดหายและรู้สึกท้อถอย ซึ่งลูกพรรคพยายามเกลี้ยกล่อมให้คุณประชัย กลับมา แต่ความเป็นไปได้ของการกลับมาก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน ซึ่งการประกาศลาออกเมื่อวานนี้ คุณประชัย ได้ประกาศให้คุณประมวล น้องชาย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคอันดับที่ 1 มารักษาการแทน โฆษกพรรคมัชฌิมาฯ กล่าว
โฆษกพรรคมัชฌิมาฯ กล่าวด้วยว่า หากนายประชัยยืนยันลาออกจริงก็มั่นใจว่านายประมวล ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถไม่แตกต่างจากนายประชัยจะควบคุมสถาณการณ์ต่างๆ และดูแลพรรคได้อย่างดี
นายณรงค์ ยังกล่าวด้วยว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่นายประชัย ประกาศลาออกก็เป็นผลมาจากสภาพจิตใจที่มีความสับสนและมีความท้อแท้ จากกรณีที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี และสั่งปรับบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัดมหาชน อีกกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งนายประชัยจะต้องแก้ปัญหากับการต่อสู้คดี ขณะเดียวกันนายประชัยก็หมดกำลังใจกับสถานการณ์การเมืองที่ไม่เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ประกอบกับกลุ่มคนในวงการเมืองก็มุ่งหวังแต่ผลประโยชณ์
ขณะที่นางมาลีรัตน์ แก้วก่า ผู้สมัครสส.ระบบสัดส่วน ลำดับ1 กลุ่ม 3 กล่าวถึงการประกาศลาออกของนายประชัยว่า ในฐานะของผู้สมัคร ต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนเพราะถ้านายประชัยยังอยู่เป็นหัวหน้าพรรคก็จะสร้างความมั่นใจ เกิน 70% ในการนำพาลูกพรรครวมทั้งในการผลักดันนโยบายทั้ง 42 ข้อ แต่ผู้สมัครก็ยังมีความหวังที่นายประชัยจะกลับมาเป็นผู้นำอีกครั้งหลังจากที่ประกาศขอเวลาไตร่ตรอง 2-3 วัน
นางมาลีรัตน์ กล่าวอีกว่า ถ้านายประชัยยืนยันลาออกจริงพวกเราผู้สมัครก็ต้องยอมรับและเคารพการตัดสินใจนั้นและเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาศขอความเห็นใจและคะแนนเสียงจากประชาชน ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะให้การยอมรับและสนันสนุนผู้สมัครของพรรคมัชฌิมาธิปไตยหรือไม่ โดยผู้สมัครยืนยันว่าจะเดินหน้าสู้ต่อไป เพราะแม้ว่าจะไม่มีนายประชัยอยู่เป็นหัวหน้าพรรคแต่นโยบายพรรคทั้ง 42 ข้อก็จะยังมีอยู่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยผู้สมัครจะนำนโยบายของพรรคเป็นจุดสำคัญในการหาเสียง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
