กกต.ขอดูเอกสารฉบับคมช. ก่อนวินิจฉัยว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอม 'สดศรี'โยนศาลรธน.วินิจฉัยกกต.พิจารณาหน้าที่คมช.ได้หรือไม่ ด้าน'นพดล'ได้ทีขย่มซ้ำ หากพปช.ไม่แฉ คงถูกสกัดกั้นทางการเมือง ท้าคมช.โชว์คำสั่งยกเลิกนายประพันธ์ นัยโกวิท คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) รักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ยอมรับว่า เอกสารลับมีจริงแต่สั่งยกเลิกก่อน ว่า ต้องรอดูเอกสารต้นฉบับของคมช. ก่อน ซึ่ง คมช.จะส่งผู้แทนมาให้รายละเอียดในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ จากนั้นจะดูเปรียบเทียบต้นฉบับของฝ่าย คมช.และฝ่ายผู้ร้อง ส่วนจะให้ใครตรวจสอบว่า ฉบับใดจริงหรือปลอมนั้นจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า อนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้รายงานประเด็นดังกล่าวมาหรือไม่ นายประพันธ์กล่าวว่า ยังเป็นเรื่องพิจารณา จึงไม่ขอบอกรายละเอียด ฝ่ายผู้ร้องเขาร้องมาว่า เรื่องนี้อาจทำให้เกิดการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ก็จะดูตรงนี้ก่อน ส่วนเรื่องอื่น เช่น เอกสารจริงหรือไม่ ของใครจริงปลอม ค่อยไปว่าอีกทีหนึ่ง
ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า ประเด็นเอกสารจริงหรือปลอมนั้น มองว่าเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องที่น่าจะพูดกันก่อนคือ กกต.มีอำนาจวินิจฉัยการทำหน้าที่ของ คมช.หรือไม่ เพราะ คมช.เป็นองค์กรพิเศษ และมีอำนาจตามกฎหมายพิเศษคือ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549 เรื่องการรักษาความมั่นคงของชาติ และเลยมาถึงบทเฉพาะกาลมาตรา 298 และ 309 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ขณะที่ กกต.มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2550 ในการจัดการเลือกตั้ง เมื่อ 2 หน่วยงานขัดแย้งในการทำหน้าที่ และไม่รู้ว่า กกต.มีอำนาจพิจารณาการทำหน้าที่ของ คมช.ได้หรือไม่
'เรื่องนี้ควรให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยอำนาจหน้าที่ก่อนว่า กกต.ไปยุ่งงานของ คมช.ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็จบ จริงๆ แล้วเรื่องมันมีปัญหาว่า คมช.เป็นองค์กรพิเศษ มีกฎหมายรับรอง ก็เลยไม่รู้ว่าป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ และ กกต.จะไปเกี่ยวข้องได้ตรงไหน เมื่อมันแปลกๆ อย่างนี้ ก็ให้ผู้มีอำนาจวินิจฉัยพิจารณา ซึ่งผู้ตั้งเรื่องก็คงจะเป็น คมช.หรือ กกต.ก็ได้ ทั้งนี้ดิฉันยังไม่ได้หารือประเด็นนี้กับ กกต.ท่านอื่น แต่จะทำบันทึกเรียนให้ทุกท่านทราบ เพื่อมาหารือในประเด็นนี้กัน' นางสดศรีกล่าว
พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และสมาชิก คมช. กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกองทัพ แต่เป็นเรื่องของ คมช. โดย คมช.จะมอบหมายให้ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหมและเลขาธิการ คมช.ไปชี้แจงให้ กกต.ร่วมกับสมาชิก คมช.อีกคน เพื่อให้ กกต.รับทราบถึงเหตุผล แต่ทั้งนี้ทางกองทัพยังไม่ได้ทันทำอะไรกับพรรคการเมืองไหนเลย และยืนยันเสมอว่ากองทัพเป็นกลาง และไม่เคยสั่งให้ลูกน้องไปกระทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง
ด้าน นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน(พปช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.อ.ชลิต ระบุว่า มีการยกเลิกคำสั่งในเอกสารลับแล้ว ว่า ไม่ทราบว่ามีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปตามที่ พล.อ.อ.ชลิตกล่าวอ้าง ก็ควรจะนำหลักฐานมาแสดง ทั้งนี้เชื่อว่าหากนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ก็คงจะมีการดำเนินการสกัดกั้นพรรคตามเอกสารต่อไป
'เรื่องนี้เป็นการแสดงตัวตนที่แท้จริงของ พล.อ.สนธิ ว่าต้องการสืบทอด พล.อ.สนธิ ไม่ควรมีอคติต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ต้องวางตัวเป็นกลาง พล.อ.สนธิควรพิจารณาตัวเองว่าควรลาออกจาก ครส.หรือไม่ เพราะไม่เป็นผลดีต่อประชาธิปไตย บ้านเมืองไม่ใช่ของ พล.อ.สนธิ และคมช.คนเดียว แต่เป็นของประชาชนทั้งประเทศ พล.อ.สนธิ ควรใช้ชีวิตในบั้นปลายบำรุงประชาธิปไตยจะดีกว่า'
ส่วนกรณีที่ พล.อ.อ.ชลิต ระบุว่าเนื้อหาบางส่วนของเอกสารลับฉบับ คมช.และฉบับพรรคพลังประชาชนไม่ตรงกันนั้น นายนพดลกล่าวว่า สาระของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ประเด็นปลีกย่อย แต่อยู่ที่เนื้อหาที่ต้องการทำลายพรรคพลังประชาชน ดังนั้น คมช.ไม่ควรเบี่ยงเบนประเด็น ทั้งนี้ยืนยันว่าเอกสารที่พรรคได้มาไม่มีการดัดแปลงแก้ไขต่อเติมแต่อย่างใด
'อย่ากังวลว่า คมช.จะถูกพรรคพลังประชาชนแก้แค้น อย่างที่ พล.อ.อ.ชลิต ออกมาพูด เพราะพรรคสนใจแก้ไขปัญหาบ้านเมืองมากกว่า ปัญหาที่ คมช.ทำเอาไว้' นายนพดลกล่าว
ขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงเรื่องการยกเลิกเอกสารลับชอง คมช.ว่า เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับ กกต.เพื่อพิจารณาให้ชัดเจนว่าถ้ากองทัพแจ้งมาว่ายกเลิกคำสั่งแล้ว ต้องขอดูพยานเอกสารยกเลิกเป็นตัวจริงหรือไม่ และมีคำสั่งยกเลิกโดยใคร ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่อย่างนั้น สังคมจะเกิดข้อครหาว่าเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้ง แต่จะให้ดีสุด กกต.ควรส่งเรื่องให้ศาลตัดสินชี้ขาด
นายสุริยะใสกล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 309 การกระทำการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2549 ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งหากมีการพิสูจน์ได้ว่ามีเอกสารยกเลิกคำสั่งจริง และคำสั่งออกก่อนก่อน พ.ร.บ.ประกอบการเลือกตั้งจะมีขึ้น ก็ถือว่า คมช.ไม่มีความผิด
'เรื่องนี้มองได้ 2 ประเด็น คือมิติด้านความมั่นคงของชาติว่า เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นหน้าที่ของ คมช.ในห้วงเวลาหนึ่ง ส่วนอีกประเด็นคือ การตีความของ คมช.ว่า พรรคพลังประชาชนถือเป็นกลุ่มอำนาจเก่าและเป็นภัยคุกคามประเทศหรือไม่ ถ้ามองว่าเป็นเพียงพรรคการเมืองหนึ่งก็ไม่ควรเข้าไปจัดการ หรือแทรกแซงการเลือกตั้ง เรื่องนี้มีความทับซ้อนกันอยู่ แยกแยะได้ยาก' นายสุริยะใสกล่าว และว่า อยากเรียกร้องให้ คมช.และกองทัพ ออกมาให้ความชัดเจน
ข้อมูลจาก มติชน
