สุรยุทธ์ไม่เชื่อโหรทำนายหลังเลือกตั้งเกิดเหตุวุ่นวาย ยึดหลักศาสนา นำวันวานมาเป็นบทเรียน เชื่อหากยึดกระแสพระราชดำรัสที่ให้ยึดความสามัคคี คิดถึงบ้านมืองมาก่อนตนเอง ก็จะทำให้การตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหา(7ธค.) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สถาบันพยากรณ์ศาสตร์ ที่จัดงาน โหราพยากรณ์ฟันธง 2008 ส่งท้ายปีหมู เตรียมรับปีหนูโหดร้าย และระบุว่าไม่ว่าใครจะมาบริหารประเทศ ความวุ่นวายก็จะยังไม่สิ้นสุด และอาจเกิดเหตุการณ์ถึงขั้นนองเลือดว่า ผมเป็นคนไม่ค่อยเชื่องเรื่องโหราศาสตร์มากนัก แต่ผมคิดในแง่ของพระพุทธศาสนา คือ มองในแง่ที่ว่าเอาเมื่อวานนี้เป็นบทเรียนที่จะแก้ไขในวันนี้ให้ดีขึ้น และในวันรุ่งขึ้นก็ควรจะทำให้ดีกว่าปัจจุบัน ถือเป็นคติทางพุทธศาสนาว่าการที่จะทำให้เกิดความดีงามเราจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร ซึ่งก็ทำได้ง่ายๆตามที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้ว่าถ้าวันไหนหากเราคิดว่าเป็นวันที่ดีแล้วก็จงถือว่าวันนั้นเป็นวันที่ดี ไม่ต้องไปดูฤกษ์ยามอะไรมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่เป็นห่วงกันในขณะนี้คือหลังการเลือกตั้งและมีการจัดตั้งรัฐบาลอาจเกิดความวุ่นวาย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องคอยดู และมีการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วว่าจะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ตนในฐานะที่จะส่งมอบงานให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่น่ามีปัญหา ขอให้ยึดถือ
กระแสพระราชดำรัสของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องที่จะช่วยกันดูแลบ้านเมือง มีความรัก สามัคคี คิดถึงบ้านเมืองก่อนที่จะคิดถึงตัวเอง ก็จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่น่ามีปัญหามากนัก
ต่อข้อถามว่าหลังมีกระแสพระราชรัสของในหลวง คิดว่าทุกฝ่ายควรยุติในส่วนที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับนักการเมืองและพรรคการเมือง และตนก็หวังว่าการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะโปร่งใสเป็นธรรม ซึ่งในส่วนของรัฐบาลก็พยายามช่วย กกต.ที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรมและร่วมกันรณรงค์
ไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์และขายเสียง
เมื่อถามว่านิยาม ผู้แทนที่เป็นคนดี ในความหมายของท่านนายกฯเป็นอย่างไร พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนคงให้ความหมายคำว่าคนดียาก เพราะเป็นเรื่องนามธรรม เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลจะพิจารณากันเองว่าความดี ความไม่ดี ความชั่วต่างกันอย่างไร
ต่อข้อถามถึงกรณีที่เวปไซด์ ไฮทักษิณ ระบุว่าหากเลือกสมัครทักษิณจะกลับมา จะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการพิจารณาของแต่ละบุคคลว่าสิ่งใดที่เราควรจะรับหรือไม่ควรรับ ตนมีความเชื่อในวิจารณญานของคนไทยมาโดยตลอด
เมื่อถามว่าต้องเข้าไปดูแลเวปไซด์ดังกล่าวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว ขณะนี้เท่าทราบทาง กกต.มีส่วนที่จะชี้แนะหรือให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อการหาเสียงในการเลือกตั้งหรือไม่ หากมีผลกระทบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะได้ดำเนินการ
เมื่อถามว่าคิดว่าพรรคการเมืองที่เป็นต้นเหตุและสาเหตุของความวุ่นวายไม่ควรได้รับการสนับสนุนจากประชาชนหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยมองในแง่นั้น อยู่ที่การพิจารณาของประชาชนเองว่าจะพิจารณาอย่างไร สิ่งที่สำคัญน่าจะดูเรื่องนโยบายและตัวบุคคลที่จะมาบริหารนโยบาย เพราะนโยบายเป็นส่วนหนึ่ง การบริหารก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องประกอบกันทั้งสองส่วน
ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนตัวคิดว่าพรรคที่ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุดควรได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ในวิธีการปฏิบัติของไทยเราก็ทำในมาในลักษณะเช่นนี้ แต่ก็มีในบางโอกาสที่พรรคการเมืองที่ไม่ได้เป็นเสียงส่วนใหญ่ก็มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้ รัฐธรรมนูญปัจจุบันเองก็ไม่ได้กำหนดไว้ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้
คนตีความหรือมีคนพิจารณาในส่วนนี้กันพอสมควร
ต่อข้อถามว่ามีพรรคการเมืองอยู่ในใจหรือยัง พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ยังเป็นสิ่งที่ยังพิจารณาอยู่ ขณะนี้ยังพอมีเวลาที่จะพิจารณา เมื่อถามว่าคาดหวังว่าหลังการเลือกตั้งบ้านเมืองควรเดินไปในลักษณะใด
พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็คิดเหมือนคนไทยทุกคนที่อยากให้บ้านเมืองมีความสงบ มีความสามัคคี หากการเมืองมีความมั่นคงประเทศก็จะก้าวไปข้างหน้าได้ดีขึ้นกว่านี้ เราเห็นได้ชัดเจนเวลาที่ไปต่างประเทศหากผู้นำอยู่ในตำแหน่งตามวาระ 4 ปี ตามกฎหมาย ก็จะเป็นทางที่ทำให้การเมืองเกิดความมั่นคง ก็จะสามารถพูดคุยและแก้ไขปัญหาได้อย่างสนิทสนมคุ้นเคยถือว่าเป็นประโยชน์ที่ได้จากความมั่นคงทางการเมือง ถ้ามีการเปลี่ยนผู้นำบ่อยๆ โอกาสเหล่านี้ก็จะน้อยลง ก็ต้องสร้างผู้นำขึ้นมาใหม่เพื่อให้คนรู้จัก มีความเชื่อมั่น เชื่อถือ
ต่อข้อถามว่าหลังมีกระแสพระราชดำรัสแล้วรัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย อย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเหลือเวลาในการทำหน้าที่ไม่มาก สิ่งที่รัฐบาลจะพยายามคือการดูแลเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องใหม่ แต่จะเป็นการสานต่อจากสิ่งที่ทำอยู่และดูแลการเลือกตั้งให้โปร่งใสและเป็นธรรม เกิดความเรียบร้อย เป็นสิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามดำเนินการ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
