เมื่อเวลา08.50น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแจกซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ จะผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) จะเป็นผู้วินิจฉัย ความจริงซีดีออกมานานมากพอสมควรแล้ว และตนได้รับทราบว่ามีการแจกซีดีตามเขตเลือกตั้งต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตามในช่วงนี้คงมีหลักฐานชัดเจนเพิ่มขึ้น แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต.ว่าจะวินิจฉัยออกมาในลักษณะใดรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวมีการนำเงิน 60 ล้านบาทจากฮ่องกง เข้ามายังประเทศไทย เพื่อใช้ในการเลือกตั้งว่า ตนได้รับข่าวนี้มาประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว และมีข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน ว่ามีชาวจีนนำเงินสดเป็นดอลล่าร์ฮ่องกงเข้ามาจำนวนมาก บางคนพกเงินถึง 6,350,000 เหรียญ บางคน 4,300,000 เหรียญ บางคน 2,000,000 เหรียญ และเมื่อแลกเป็นเงินไทยก็ตกประมาณคนละ 20-30 ล้านบาท ซึ่งตนเข้าใจว่ายังมีอีก ตอนนี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตรวจสอบแล้ว ทราบว่ามีประมาณ 6-7 ราย และทั้งหมดได้สำแดงรายการอย่างชัดเจน
“ มีการตั้งข้อสงสัยว่าทำไมจึงมีการนำเงินเข้ามาจำนวนมาก นำมาลงทุนอะไร อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากมีการนำเข้ามาอย่างถูกต้อง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการสอบสวนทางลับว่าเงินดังกล่าวนำมาทำอะไร เพราะเวลาที่คนเหล่านี้เดินทางกลับออกไปก็ต้องมีการสำแดงว่าเงินเหล่านั้นเหลือเท่าไหร่ มีการใช้จ่ายอะไร คงต้องรอผลการสอบสวนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการ” นายธีรภัทร์กล่าว
ต่อข้อถามว่าจากข้อมูลคนเหล่านี้เป็นนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยว รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าน่าจะเข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยวมากกว่า แต่ที่ต้องตรวจสอบเพราะมีการนำเงินเข้ามาจำนวนมาก โดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และไม่รู้ว่าจะนำเงินมาทำอะไร และถ้าหากเป็นนักธุรกิจคงไม่ใช้วิธีการขนเงินสดเข้ามาในลักษณะนี้ แต่ทั้งนี้อย่าเพิ่งไปปรักปรำ ต้องรอผลการพิสูจน์ว่ามีการกระทำใด ๆ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าเรื่องนี้สอดคล้องกับที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาพักที่ฮ่องกงในขณะนี้หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้รายงานจุดนี้ แต่ตนทราบข้อมูล และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ตนไม่อยากให้พาดพิงถึงคนอื่น เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ต่อข้อถามว่าข้อมูลที่ได้รับมาจากไหน นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ว่าได้มาจากหน่วยงานใด ส่วนผู้ที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวตอนนี้คือ สตม. ต่อข้อถามว่านอกจากปัญหาส่วนนี้ ยังมีการนำเข้าเงินในจุดอื่นที่ผิดปกติอีกหรือไม่ นายธีรภัทร์ เมื่อข่าวเปิดเผยออกมาแล้วผิดปกติเช่นนี้ เขาก็คงไม่ใช้วิธีนี้อีก
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
