โอฬาร รับหน้าเสื่อเคลียร์ปัญหาแย่งเค้กรถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต-สะพานใหม่, แบริ่ง-สมุทรปราการ เผยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือได้ข้อยุติแล้ว กทม.ยอมเปิดทางให้ รฟม.เป็นแม่งาน แต่ขอมีส่วนร่วมในการบริหาร ให้สภาพัฒน์จัดทำมติที่ประชุมชงเข้า ครม. 25 พ.ย.นี้นายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพิจารณารายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) และ (แบริ่ง- สมุทรปราการ) เปิดเผยภายหลังการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ที่ประชุมมีมติให้องค์การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากเดิมที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ต้องการจะดำเนินการโครงการนี้เอง หลังจากนี้จะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ จัดทำมติที่ประชุมเพื่อเสนอเข้าสู่การอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2551
ทั้งนี้ ในการประชุมที่ประชุมได้พิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตลอดจนมติ ครม.เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 และแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เห็นว่าแนวเส้นทางที่จะก่อสร้างให้เป็นไปตามเส้นทางเดิม ส่วนรูปแบบการประมูลนั้นที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปหารือร่วมกับกรมบัญชีกลางว่าจะใช้รูปแบบประมูลนานาชาติหรือการเปิดประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ระบบอีออกชั่น ขณะเดียวกันให้ รฟม.ไปหารือกับ กทม.ถึงรูปแบบการบริหารจัดการร่วมกัน พร้อมกับเตรียมพร้อมในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผล กระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการหารือตัวแทน กทม.ได้เสนอว่า หาก รฟม.จะดำเนินการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้ง 2 ช่วง คือ ช่วยหมอชิต-สะพานใหม่ และแบริ่ง-สมุทรปราการ รวมมูลค่า 31,577 ล้านบาท กทม.ก็ไม่มีความเห็นอะไรขัดแย้ง แต่ภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ รฟม.ควรเปิดโอกาสให้ กทม.เข้าไปมีส่วนในการบริหารด้วย โดยเฉพาะส่วนของหมอชิต-สะพานใหม่ เนื่องจากการก่อสร้างส่วนนี้อยู่ในเขต กทม. ส่วนสายแบริ่ง-สมุทรปราการหาก รฟม.จะบริหารงานเองก็ไม่มีปัญหาอะไร
ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมเคยนำเสนอให้ ครม.อนุมัติให้ รฟม.เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว แต่ปรากฏว่า กทม.ได้เสนอความเห็นแย้งผ่านทางกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากต้องการจะก่อสร้างโครงการดังกล่าวเอง นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าหาก ครม.มีมติให้ รฟม.ดำเนินการโดยไม่รับฟังความเห็นของ กทม.อาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีแนวคิดจะหารือเกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะที่ ครม.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ชัดเจนก่อนเสนอขออนุมัติจาก ครม. ซึ่งในที่สุด กทม.ก็ยอมเปิดทางให้ รฟม.รับผิดชอบโครงการ โดย กทม.ขอมีส่วนในการบริหารด้วย หน้า 8
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
