โครงการแอร์พอร์ตลิงก์สำแดงเดช การรถไฟฯวิ่งวุ่น หาเงินก้อนโต 34,000 ล้านจ่ายหนี้ เตรียมเจรจาแบงก์เจ้าหนี้ ขอยืดเวลาการกู้ออกไปอีก ตัดจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยก่อน 1.4 พันล้านบาท แถมต้องแบกรับภาระเพิ่มอีก 1,000 กว่าล้านบาท หากยืดเวลาก่อสร้างให้ ซิโน-ไทยฯ อีก 398 วัน ตั้งกรรมการ 2 ชุดสอบข้อเท็จจริงประเด็นเร่งส่งมอบพื้นที่ใน 90 วัน พร้อมชี้ขาดขยายเวลาก่อสร้าง ส่วนการต่อสัญญา เซ็นทรัล ยังไม่ได้ข้อสรุปนายบัญชา คงนคร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ 1 การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รักษาการผู้ว่าการ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีงานเร่งด่วนหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จากมักกะสัน-สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ขณะนี้มีปัญหาเรื่องของการขยายเวลาก่อสร้างให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง คือ กลุ่มบริษัท ซิโน-ไทย เอ็น จิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะครบกำหนดสัญญา 990 วัน ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2550 แต่งานก่อสร้างมีแนวโน้มว่าจะไม่แล้วเสร็จ ปัจจุบันงานก่อสร้างโดยรวมมีความคืบหน้า 60% งานโยธาคืบหน้า 48% งานระบบรถไฟฟ้าคืบ 66% สำหรับรถไฟฟ้าที่จะนำมาวิ่งให้บริการ ทางบริษัทซีเมนส์แจ้งมาว่าจะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้
ตอนนี้กำลังเจรจาขยายเวลาให้ตามที่ผู้รับ เหมาขอมา 552 วัน แต่บริษัทที่ปรึกษาประเมินแล้วน่าจะให้ได้แค่ 398 วัน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสรุปได้ว่าจะต่อเวลาให้ได้กี่วัน
นายบัญชากล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อดำเนินการแก้ไข ประกอบด้วย คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่อนุมัติให้มีการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้ผู้รับเหมาภายใน 90 วัน ทั้งที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ท้วงติงมาแล้วว่าเป็นไปได้ยากมากและอาจทำให้ ร.ฟ.ท.เสียเปรียบ แต่ทาง ร.ฟ.ท.ไม่สนใจ ทำให้เกิดปัญหาคาราคาซังมาจนทุกวันนี้ และเพิ่งจะส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมาเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อีกชุดเป็นคณะกรรมการพิจารณาการขยายเวลาว่าจะยืดเวลาให้กี่วัน จะใช้เวลา 60 วันทุกอย่างต้องได้ข้อสรุปก่อนเดือนสิงหาคม
สาเหตุที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เป็นเพราะ ร.ฟ.ท.จะต้องเจรจากับทางสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ คือ ธนาคารกสิกรไทย, ไทยพาณิชย์ และนครหลวงไทย เป็นต้น เนื่องจากงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญาที่ตกลงไว้ ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะต้องหาเงิน 34,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินค่าก่อสร้างรวมดอกเบี้ยมาจ่ายให้กับสถาบันการเงินเมื่อโครงการแล้วเสร็จ แต่หากโครงการไม่แล้วเสร็จตามกำหนดก็จะต้องเจรจากับสถาบันการเงินว่าจะขยายระยะเวลากู้ออกไปได้อีกหรือไม่ โดยจะขอจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยวงเงิน 1,400 ล้านบาทก่อน ในช่วงที่อยู่ระหว่างหาเงินต้นมาชำระหนี้ อาจจะใช้วิธีออกพันธบัตร เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง
จากการประเมินเบื้องต้น ถ้าหากมีการขยายเวลาออกไปอีก 398 วัน ร.ฟ.ท.ต้องรับภาระดอกเบี้ยเพิ่มมาอีก 1,000-1,200 ล้านบาท
นายบัญชากล่าวต่อว่า ในส่วนของการต่อสัญญาเช่าที่ดินย่านพหลโยธินกับกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ขณะนี้คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน มีนายนคร จันทรศร รองผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เป็นประธาน อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งมี 2 แนวทาง คือ
1.ร.ฟ.ท.จะเจรจากับเซ็นทรัล ถ้าไม่ได้ผลที่น่าพอใจเปิดประมูลใหม่ 2.กรณีที่เรียกร้องให้เปิดประมูลทั่วไปใหม่ และให้ทางเซ็นทรัลเข้าร่วมด้วย เพื่อความรอบคอบ ได้หารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากกฤษฎีกา อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน ก็จะต้องทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน
นอกจากนี้ยังมีเดินหน้าการพัฒนาระบบ ลอจิสติก โดยจะสร้างรถไฟทางคู่เพิ่มอีก 1 สาย จากฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง วงเงิน 5,585 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประกวดราคาได้ประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ และมีแผนจะสร้างทางคู่ออกไปอีก 800 กิโลเมตร เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น
หน้า 13
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
