คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอโตทางลัดธุรกิจขึ้นแชมป์ที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาฯครบวงจรในไทย ดึงมือโปรอดีตบิ๊ก โจนส์ แลง ลาซาลล์ รับตำแหน่ง ผอ.ฝ่ายพาณิชยกรรม บุกตลาดอาคารสำนักงาน ศูนย์การ ค้า และตลาดอาคารเพื่อพาณิชยกรรม หวั่งปั้นรายได้ปีแรกเข้าเป้า 100 ล้านรายงานข่าวจากบริษัทคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย หรือบริษัท ซี.ไอ.ที. พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนส์ จำกัด เปิดเผยว่า จากที่บริษัทคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เข้ามาร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทพสุพัฒน์ เรียลตี้ จัดตั้งบริษัทคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย หรือบริษัท ซี.ไอ.ที. พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนส์ ขึ้น และมีแผนจะดำเนินธุรกิจด้านที่ปรึกษาการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร
ล่าสุด ได้แต่งตั้ง นายเกรกอรี่ ไวท์ อดีตผู้อำนวยการระดับประเทศ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย กรรม ดูแลธุรกิจการบริหารจัดการธุรกิจอสังหาฯ ประเภทพาณิชยกรรม การให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ การเป็นตัวแทนเช่า ซื้อพื้นที่พาณิชยกรรม อาคารสำนักงาน อาคารศูนย์การค้าครบวงจร
ทั้งนี้ การดึง นายเกรกอรี่ ไวท์ เข้ามาครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ หลังจากที่ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล เข้ามานั่งเป็นประธานกรรมการ และร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 15% ขณะที่นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพสุพัฒน์ เรียลตี้ และกรรมการบริษัท ซี.ไอ.ที. พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนส์ และตระกูลจีระแพทย์ ถือหุ้น 40% ส่วนที่หลือจอห์น แฮนด์ค็อค และไซมอน แลนดี้ ถือหุ้นในระดับใกล้เคียงกันประมาณ 10-15%
นายปฏิมากล่าวว่า บริษัทยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสต้อนรับและร่วมงานกับนายเกรกอรี่ ไวท์ และมั่นใจว่าจะเป็นก้าวหนึ่งที่มีส่วนสำคัญที่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายในการเป็นผู้นำธุรกิจด้านให้คำปรึกษาอสังหาฯครบวงจรในประเทศไทย เนื่องจากไม่เพียงแค่มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการอสังหาฯครบวงจรเท่านั้น แต่นายไวท์ยังมีประสบการณ์ตรงในการบริหารโครงการ ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะช่วยให้ลูกค้าบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ทั้งในด้านของการลงทุน และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สิน
นายเกรกอรี่ ไวท์ กล่าวว่า แผนการทำงานในเบื้องต้นหลังเข้ามารับตำแหน่ง จะเป็นการวางรากฐานเพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการแก่นักลงทุน และผู้บริหารของบริษัทต่างๆ ในทุกตลาดอย่างครบวงจร ทั้งนี้ แม้บริษัทจะตั้งเป้าหมายไว้สูงและต้องการจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ท่ามกลางปัจจัยลบหลายด้านที่ทำให้ความต้องการซื้อและลงทุนอสังหาฯขณะนี้ลดลง แต่มั่นใจว่าในระยะยาวแล้วประเทศไทยยังคงมีความได้เปรียบ และเป็นที่สนใจลงทุนของนักธุรกิจและนักลงทุนจำนวนมาก
มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ซี.ไอ.ที.พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนส์ ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่เข้ามาบุกเบิกตลาดปีแรกไว้ที่ 100 ล้านบาท จากนั้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้าวางแผนทำรายได้เพิ่มเป็น 200-300 ล้านบาท และก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ด้านที่ปรึกษาการลงทุนธุรกิจอสังหาฯครบวงจรภายใน 5 ปี
หน้า 9
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
