ในวงการธุรกิจบ้านจัดสรรการขยายตลาดสู่ต่างจังหวัดเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านอาจเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นส่วนหนึ่งน่าจะมาจากรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจที่ขายฝีมือและคุณภาพ หากขยายตลาดแล้วไม่สามารถควบคุมงานก่อสร้างได้ดีพอก็ค่อนข้างเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม การเปิดตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดอาจแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม 1)กลุ่มที่เปิดสาขาแล้ว ได้แก่ มีนบุรีรับสร้างบ้าน (ชลบุรี) พีดีเฮ้าส์ (ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น) ไตรเฮ้าส์บิวเดอร์ (ภูเก็ต) และ 2)กลุ่มที่มีแผนเปิดสาขาต่างจังหวัดเร็วๆ นี้ อาทิ โฮมแสตนดาร์ด ทรี.ดี.เฮ้าซิ่ง รอแยลเฮ้าส์ ซึ่งทั้ง 3 รายต่างสนใจทำเลพัทยาเหมือนกัน
บางรายเตรียมตัวมานาน 1-2 ปี รอเพียงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองดีขึ้น การปักธงรุกขยายสาขาก็น่าจะเห็นความชัดเจน
พีดีเฮ้าส์ ชี้ตลาดอีสานมีศักยภาพ
พีดีเฮ้าส์ บริษัทรับสร้างบ้านที่เพิ่ง รีแบรนด์จาก ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป มาไม่นาน เป็นหนึ่งในบริษัทรับสร้างบ้านรายแรกๆ ที่ออกจาก กทม.ไปเปิดตลาดต่างจังหวัด
หลังจากเปิดตัวสาขาชลบุรี นครราชสีมา ล่าสุดอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการสาขาขอนแก่น รูปแบบเป็นสัญญาเช่านาน 5 ปี เบ็ดเสร็จรวมค่าตกแต่งใช้งบฯกว่าล้านบาท
สิทธิพร สุวรรณสุต ประธานกรรมการ พีดีเฮ้าส์ แชร์ประสบการณ์ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดว่า ก่อนจะตัดสินใจเปิดสาขาขอนแก่นเป็นแห่งที่ 3 ของสาขาในต่างจังหวัด ก่อนหน้านี้ได้ศึกษาตลาดในจังหวัดภูเก็ตไว้ โดยรวมถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง แต่ก็มีข้อจำกัดคือ 1)แรงงานฝีมือดีค่อนข้างขาดแคลน 2)ค่าแรงสูงกว่าใน กทม. ประมาณ 20%
ทำให้บริษัทตัดสินใจปรับแผนเปิดสาขาในจังหวัดขอนแก่น และนับเป็นสาขาที่ 2 ในภาคอีสาน สาขาแรกคือนครราชสีมา เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจากที่นี่ถือเป็นจังหวัดศูนย์กลางการศึกษาของภาคอีสาน คาดว่าในปีแรกจะสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 40-50 ล้านบาท ใกล้เคียงกับสาขานครราชสีมา
ปัญหาที่พบในการรุกตลาดต่างจังหวัดคือการควบคุมคุณภาพ หัวใจสำคัญคือการจัดระบบฝึกอบรมช่างและพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องใช้โฟร์แมนในการควบคุมงานมากกว่าปกติ ขณะที่ราคาวัสดุจะสูงกว่าใน กทม.เฉลี่ย 15%
ข้อดีคือ ภาคอีสานไม่มีปัญหาขาดแคลนแรงงาน ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการสร้างแคมป์หรือบ้านพักคนที่ใหญ่โตมากนัก เนื่องจากเป็นแรงงานท้องถิ่นจึงมีที่พักของตัวเอง
มีนบุรี แนะรุก ตจว.ต้องใช้เวลา
มีนบุรี รับสร้างบ้าน เป็นอีกหนึ่งรายที่เข้าไปเปิดตลาดในต่างจังหวัด โดยเลือกเปิดสาขาในย่านบางแสน จังหวัดชลบุรี เป็นแห่งแรกเมื่อปี 2545
พัชรา สมรรคบุตร กรรมการผู้จัดการ มีนบุรี รับสร้างบ้าน บอกว่า ตลาดรับสร้างบ้านในแถบบางแสน มีลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ 40% จากลูกค้าทั้งหมด อีก 60% เป็นคนไทย โดยสไตล์ของกลุ่มลูกค้าฝรั่งมักจะชอบบ้านแบบชั้นเดียว มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมากตั้งแต่ 200 ตร.ม.ขึ้นไป ราคาเฉลี่ย 4-5 ล้านบาท
ส่วนในเชิงปัญหาที่พบคือ ในช่วงแรกของการเข้าไปทำตลาดคือการแข่งขัน ราคา กับผู้รับเหมาท้องถิ่น ซึ่งกดราคาได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อตารางเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาในการสร้างตลาดระยะหนึ่ง
อนาคตเรามีการเปิดสาขาใหม่ในจังหวัดระยอง เพราะเป็นเมืองที่กำลังเติบโตและมีความต้องการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก
ไตรเฮ้าส์ รุกภูเก็ตตลาดตอบรับดี
ด้าน ไตรเฮ้าส์ บิวเดอร์ ในเครือบิวท์ ทู บิวด์ ถือเป็นบริษัทรับสร้างบ้านจาก กทม.รายแรกที่เข้าไปเปิดสาขาในภูเก็ต โดย ไปรเทพ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการของไตรเฮ้าส์ บิวเดอร์ ได้ทดลองทำตลาดตั้งแต่ช่วงกลางปี 2549 ก่อนมาเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีลูกค้าทั้งที่ส่งมอบบ้านไปแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 5-6 ยูนิต
วีรพงษ์ ไข่เกตุ ผู้จัดการสาขาภูเก็ตของไตรเฮ้าส์ บิวเดอร์ บอกว่า กลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านระดับราคาตั้งแต่ 5-10 ล้านบาท และต่ำกว่า 2 ล้านบาท มีจำนวนใกล้เคียงกัน แต่ปัญหาก็คือกลุ่มที่ต้องการบ้านราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท ไม่มีเงินสะสม ส่วนใหญ่จึงกู้แบงก์ไม่ผ่าน
ส่วนงานก่อสร้างบ้านให้กับโครงการบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ ก็มีติดต่อเข้ามา แต่โดยนโยบายของบริษัทจะรับเฉพาะการสร้างบ้านให้กับลูกค้าเป็นรายๆ เท่านั้น
หน้า 14
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
