ผู้ใช้รถไฟฟ้าอ่วม ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป รฟม.ปรับเพิ่มค่าจอดรถอีกเท่าตัว จาก 2 ชั่วโมง 5 บาท เป็น 10 บาท หวังเพิ่มรายได้ แก้ปัญหาขาดทุนสะสม เล็งสร้างที่จอดรถแห่งใหม่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ-ศูนย์ซ่อมบำรุงย่านพระรามที่ 9 เผยผู้มาใช้บริการเพิ่มเฉลี่ย 10% ทุกปีนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 เป็นต้นไป รฟม.จะปรับอัตราค่าบริการจอดรถในอาคารจอดรถ และลานจอดรถทุกแห่งของ รฟม.ใหม่ สำหรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จากเดิมค่าบริการ 2 ชั่วโมง 5 บาท ปรับเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง 10 บาท ส่วนผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้า จากเดิมค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท ปรับเพิ่มเป็นชั่วโมงละ 30 บาท ยกเว้นลานจอดรถสถานีเพชรบุรี และลานจอดรถสถานีสุขุมวิท ปรับเพิ่มเป็นชั่วโมงละ 40 บาท จากเดิมคิดค่าบริการในอัตราชั่วโมงละ 30 บาท
สาเหตุที่มีการปรับอัตราค่าบริการจอดรถเพิ่ม เป็นเพราะอัตราค่าบริการเดิมประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งปัจจุบันไม่สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินการที่แท้จริงของ รฟม. ทำให้ รฟม.ประสบปัญหาการขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้ไม่สามารถปรับปรุงมาตรฐานในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการที่จอดรถได้ดีเท่าที่ควร
นายประภัสร์กล่าวว่า เพื่อลดปัญหาทางการเงินของ รฟม. และเพื่อให้สามารถปรับปรุงมาตรฐานในการให้บริการตามระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2000 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รฟม.จึงขอปรับเพิ่มอัตราค่าบริการจอดรถยนต์สำหรับอาคารและลานจอดรถใหม่ดังกล่าว
แหล่งข่าวจาก รฟม.เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า การปรับเพิ่มอัตราค่าบริการจอดรถ จะทำให้ รฟม.มีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว เป็น 3.6 ล้านบาท/เดือน จากเดิมที่มีรายได้อยู่ประมาณ 1.8 ล้านบาท/เดือน โดยรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสร้างที่จอดรถเพิ่มเติม ที่มองไว้มีบริเวณปากทางเข้า-ออกอาคารจอดรถสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ บริเวณศูนย์ซ่อม ฯลฯ
จากเดิมมีอยู่ 8 แห่ง คือ อาคารจอดรถ 9 ชั้น สถานีรถไฟฟ้าลาดพร้าว อาคารจอดรถ 3 ชั้น สถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก ลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าห้วยขวาง ลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าศูนย์วันฒนธรรมแห่งประเทศไทย ลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าเพชรบุรี ลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าสุขุมวิท และลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าสามย่าน
ปี 2549 ที่ผ่านมา มีผู้มาใช้บริการลานจอดรถของ รฟม.รวม 1.2 ล้านคันเศษ คิดเป็นเงิน 21.91 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่ 21.78 ล้านบาท เพราะต้องจ่ายค่าจ้างเอกชนมาจัดเก็บค่าจอดรถ ค่าทำความสะอาด ค่าประกันภัย เป็นต้น ทำให้ประสบปัญหาขาดทุน สำหรับช่วง 7 เดือนของปีงบประมาณ 2550 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 ถึงเมษายน 2550 มีผู้มาใช้บริการ 759,000 คัน คิดเป็นรายได้ 13.53 ล้านบาท น้อยกว่ารายจ่ายที่ 13.54 ล้านบาท
แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังเปิดให้บริการมีผู้มาใช้บริการลานจอดรถของ รฟม.เพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 10% ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 23 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังวันที่ 1 กรกฎาคมที่มีการปรับเพิ่มค่าจอดรถ ยอดผู้ใช้บริการอาจจะลดลงอย่างน้อย 1 ใน 4 จากยอดรถยนต์ที่เข้ามาจอดจำนวน 1.2 ล้านคันเศษ หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 2.8 ล้านบาท
หน้า 13
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
