คอลัมน์ เวนคืนอัพเดตเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน เพื่อสร้างทางหลวงท้องถิ่น สายเชื่อมระหว่างถนนประดิษฐมนูธรรมกับซอยลาดพร้าว 94 ในท้องที่แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง โดยมีผลบังคับใช้ 3 ปี ซึ่งพื้นที่ที่จะเวนคืนก่อสร้างถนน มีความกว้าง 40 เมตร
โครงการทางเชื่อมถนนประดิษฐมนูธรรมกับซอยลาดพร้าว 94 เป็น 1 ใน 25 โครงการพื้นที่ปิดล้อมที่ กทม.กำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งทุกโครงการได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่เมื่อปี 2546 ที่ผ่านมาแล้ว
ปัจจุบันโครงการในพื้นที่ปิดล้อม ทางสำนักการโยธามีนโยบายโอนให้สำนักงานเขตเป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างโครงการแทน
แต่ด้วยข้อจำกัดและความไม่พร้อมของแต่ละสำนักงานเขต ที่ขาดแคลนด้านบุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมือในการสำรวจพื้นที่เวนคืนที่ดิน ทำให้หลายโครงการต้องส่งคืนให้สำนักการโยธาไปเป็นผู้ดำเนินการต่อ รวมทั้งโครงการก่อสร้างทางเชื่อมถนนประดิษฐ์มนูธรรมกับซอย ลาดพร้าว 94
รายละเอียดโครงการทางเชื่อมถนนประดิษฐมนูธรรมกับซอยลาดพร้าว 94 มีระยะทาง 521 เมตร ก่อสร้างเป็นถนนตัดใหม่ ขนาด 2 ช่องจราจรไปและกลับ
แนวโครงการ มีจุดเริ่มต้นอยู่บริเวณกลางซอยลาดพร้าว 94 ตัดตรงไปบรรจบกับถนนประดิษฐมนูธรรม บริเวณก่อนถึงปั๊มปิโตรนาส ใกล้กับลาดพร้าวซอย 88
ด้านข้อมูลการเวนคืนที่ดิน กทม. ระบุว่าจากผลการสำรวจแนวโครงการในเบื้องต้นช่วงปี 2546 ที่ผ่านมา มีผู้ที่จะถูกเวนคืนจำนวน 19 ราย ทั้งที่ดินเปล่าและสิ่งปลูกสร้าง ส่วนงบฯเวนคืน ยังไม่กำหนดว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าใด
อย่างไรก็ตาม สภาพพื้นที่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก กทม.คาดว่าจำนวนการเวนคืนที่ดินอาจจะเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย
ล่าสุดโครงการบ้านจัดสรร บ้านกลางเมือง ของบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ก็อยู่ในข่ายอาจจะต้องถูกเวนคืนด้วย
โครงการนี้เมื่อก่อสร้างเสร็จ นอกจากจะเป็นเส้นทางลัดช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง จากถนนลาดพร้าวไปเชื่อมกับถนนประดิษฐมนูธรรม ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ทำให้การเดินทางสะดวกสบายคล่องตัว ไม่มีปัญหารถติดในซอยที่ค่อนข้างแคบและแออัดแล้ว ยังเชื่อมโยงไปยังทำเลใกล้เคียงได้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นถนนอินทราภรณ์ ถนนศรีวรา ถนนรามคำแหง ถนนประชา อุทิศ ที่สำคัญเป็นการเปิดพื้นที่ตาบอดที่ไม่มีทางเข้า-ออก ให้สามารถพัฒนาได้มากขึ้นในอนาคต
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
