บอมบาดิเอร์ กินรวบ ติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณรถไฟฟ้าบีทีเอส หลังบีทีเอสซีรื้อระบบใหม่ ล่าสุด กทม.ใส่พานให้อีก 390 ล้านบาท วางระบบรถไฟฟ้าฝั่งธนฯ อีก 2.2 กิโลเมตร ด้วยการใช้วิธีการเสนอราคาแบบวิธีพิเศษ ส่วนงานที่เหลืออีก 4 ระบบใช้วิธีประกวดราคาทั่วไป ด้านอัตรา ค่าโดยสาร กทม.ยันเก็บค่าแรกเข้าระบบ 10 บาท แต่หากมาจากบีทีเอสเข้าระบบของ กทม. เก็บ 15 บาทนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ได้เสนอแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) โครงการรถไฟฟ้าสายสีลม จากสถานีตากสิน-แยกตากสิน ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร มูลค่า 1,290 ล้านบาท มาให้คณะผู้บริหารพิจารณาอนุมัติแล้ว
หลังจากที่ยืดเยื้อมานาน โดย สจส.เสนอให้ใช้วิธีพิเศษจัดซื้อระบบอาณัติสัญญาณมูลค่า 390 ล้านบาท ด้วยการเจรจาโดยตรงกับผู้ขายรายเดียวที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบอาณัติสัญญาณของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ได้ดีที่สุด คือ บริษัท บอมบาดิเอร์ฯ
ทั้งนี้ ระบบอาณัติสัญญาณ วงเงิน 390 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ค่าอาณัติสัญญาณ มูลค่า 331 ล้านบาท แบ่งเป็น องค์ประกอบหลักระบบอาณัติสัญญาณ มูลค่า 218 ล้านบาท อุปกรณ์ติดแนวราง มูลค่า 30 ล้านบาท และศูนย์กลางควบคุมจราจร มูลค่า 80 ล้านบาท 2.ค่าบริหารจัดการวิศวกรรมมูลค่า 59 ล้านบาท
สำหรับระบบไฟฟ้าและเครื่องกลอื่นๆ ที่เหลือ ได้แก่ 1.ระบบสื่อสาร 2.ระบบจ่ายไฟฟ้า 3.ระบบควบคุมและจัดเก็บจัดเก็บข้อมูล 4.ระบบประกอบอาคารที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบรถไฟฟ้า มูลค่า 700-800 ล้านบาท จะใช้วิธีประกวดราคาโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรืออีออกชั่นในสัญญาเดียว
ภายในสัปดาห์หน้า กทม.จะเชิญบริษัท บอมบาดิเอร์ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มงานวางระบบอาณัติสัญญาณของบีทีเอสซี ระยะทาง 23.5 กิโลเมตร มายืนยันราคาที่เรากำหนดไว้ 390 ล้านบาท หากได้ข้อสรุป จะเซ็นสัญญาและเริ่มงานได้ภายในเดือนกันยายนนี้ นายพนิชกล่าว และว่า
อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาในครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ กทม.จะเชิญบริษัทซีเมนส์ฯ มาเสนอราคาวางระบบแทน ส่วนการประกวดราคาระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกลอีก 4 รายการที่เหลือ ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับทีโออาร์
คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า หลังจากนั้นคาดว่าจะสามารถเปิดประกวดราคาและได้ตัวผู้รับเหมาในเดือนกันยายนเช่นกัน โดยระบบอาณัติสัญญาณ และระบบไฟฟ้าและเครื่องกล จะดำเนินการวางระบบควบคู่กัน ใช้เวลาดำเนินการ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2551
นายพนิชกล่าวต่อว่าในส่วนของอัตราค่าโดยสาร ทาง สจส.และสำนักการคลังของ กทม. ได้สรุปแนวทางการจัดเก็บและการจัดส่งรายได้มาให้พิจารณาแล้ว โดย กทม.จะจัดตั้งบริษัทกลางขึ้นมา เพื่อทำการสรุปการจัดเก็บรายได้จากค่าโดย สารในแต่ละวัน และส่งรายได้ให้ กทม.และบีทีเอสซี ซึ่งจะใช้เวลาเตรียมการเป็นเวลา 1 ปี โดยดำเนินการภายใต้กฎระเบียบของกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็ก ทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2547 และประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการกำหนดบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ วันที่ 8 ธันวาคม 2547
ประชาชนที่มาใช้บริการเข้าระบบของ กทม. 2 สถานี คือ สถานีวงเวียนใหญ่ และสถานีเจริญนคร เพื่อจะเข้าไประบบ 23 ก.ม. ของบีทีเอสซี โดย กทม.จะเก็บค่าแรกเข้าระบบ 10 บาท แต่หากมาจากระบบของบีทีเอสซีเพื่อมาเข้าระบบของ กทม.จะเสียค่าโดยสารแพงกว่าอีก 5 บาท คือราคา 15 บาท ตามเพดานขั้นต่ำของบีทีเอสซี นายพนิชกล่าว
หน้า 15
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
