กทพ.เดินหน้าลดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จัดโครงการเออร์ลีรีไทร์อีกรอบ ตั้งวงเงิน 105 ล้านบาท จ่ายชดเชยพนักงานที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการอื้อ 30 เท่าของเงินเดือนสุดท้าย แถมอีก 10 เท่าตามกฎหมายแรงงาน เล็งกลุ่มเป้าหมายพนักงานเงินเดือนสูงทุกระดับ ตั้งแต่รองผู้ว่าการ ยันพนักงานทั่วไปที่มีอายุงาน 15 ปีขึ้นไป เผยมีคนแห่เข้าร่วม 100 คน แล้วดีเดย์ปลายเดือนตุลาคมนี้แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า ขณะนี้ กทพ.อยู่ระหว่างจัดทำโครงการสมัครใจลาออกจากงานก่อนเกษียณหรือเออร์ลี่รีไทร์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยจัดทำโครงการดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2544 และปี 2545 โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นพนักงานที่มีเงินเดือนสูง และทำงานกับ กทพ.มาแล้ว 15 ปีขึ้นไป จำนวนคนอาจจะมีไม่มาก แต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากพนักงานที่มีอายุงาน 15 ปี ส่วนใหญ่จะมีเงินเดือนเฉลี่ย 30,000 กว่าบาทขึ้นไป
จากการประเมินผลการดำเนินงานของ กทพ.ช่วงที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าหากงานส่วนไหนที่ กทพ.ไม่สามารถทำเองได้ ก็สามารถจ้างบุคคลภายนอกทำให้ได้ ซึ่งประหยัดกว่าจ้างพนักงานที่มีเงินเดือนค่อนข้างสูง และหลังจากจัดทำโครงการนี้แล้ว กทพ.คงจะไม่จ้างพนักงานใหม่เพิ่ม
แหล่งข่าวกล่าวว่า จากที่ได้ทำแบบสอบถามพนักงานระดับต่างๆ ของ กทพ. จำนวนกว่า 1,000 คน ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าการ กทพ.ไปจนถึงพนักงานธรรมดา ว่ามีพนักงานรายใดที่ต้องการเข้าร่วมโครงการบ้าง ปรากฏว่ามีพนักงานที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่มีอายุเกิน 50 ปี และมีปัญหาสุขภาพ แต่ถึงเวลาเปิดให้พนักงานยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการจริงๆ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนเท่าใด
กทพ.ได้ตั้งงบประมาณสำหรับจ่ายให้กับพนักงานที่เข้าร่วมโครงการนี้ไว้ วงเงิน 105 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ปลายเดือนตุลาคม 2550 นี้
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับผลตอบแทนที่พนักงานที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับ คือ จะได้รับเงินไม่เกิน 30 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย ขึ้นอยู่กับอายุงานที่เหลือของพนักงานแต่ละคน นอกจากนี้จะได้รับเงินอีกส่วนหนึ่งเพิ่มคิดเป็น 10 เท่าของเงินเดือนตามกฎหมายแรงงาน เนื่องจากไม่ได้ถูกไล่ออก แต่เป็นการออกโดยสมัครใจ
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
