คอลัมน์ เวนคืนอัพเดตเป็นอีกหนึ่งความหวังของคนกรุงเทพฯ และพื้นที่รอยต่อแถบโซนเหนือ หลังจากที่รอคอยมานานว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะได้ฤกษ์ลงมือก่อสร้างโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า บีทีเอส สายพหลโยธิน ช่วงจากสถานีหมอชิต-สะพานใหม่ หรือรถไฟฟ้าสายสีเขียวเสียที
ถึงตอนนี้โครงการก็ยังไม่มีความคืบหน้า มากนัก ติดเงื่อนไขหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะ ด้านการออกแบบรายละเอียดโครงการ ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังว่าจ้างกลุ่มบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษากลุ่มเดิม ออกแบบรายละเอียด รวมทั้งศึกษาถึงแนวทางในการดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ซึ่ง กทม.คาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ จะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามาทำการศึกษาโครงการได้
ตามแผนโครงการนี้ให้เอกชนเข้ามาลงทุนเดินระบบรถไฟฟ้า วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท ส่วนงานก่อสร้างโยธารัฐบาลจะลงทุนเอง วงเงิน 14,737 ล้านบาท เบ็ดเสร็จโครงการนี้ใช้เงินลงทุนประมาณ 24,000 กว่าล้านบาท
ซึ่งเวลานี้ยังเป็นปัญหาว่าจะหาแหล่งเงินมาจากไหน หลังจากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) ไม่สามารถปล่อยกู้ให้ได้ เพราะติดระเบียบกระทรวงการคลัง ที่ไม่สามารถค้ำประกันให้กับหน่วยงานท้องถิ่น คือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เจ้าของโครงการได้
ไปๆ มาๆ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ดูแล้วน่าจะสร้างได้เร็วกว่าสายอื่นๆ เพราะมีแนวสายทางเดิมรออยู่แล้ว แต่เมื่อลงในรายละเอียดจริงๆ อาจจะล่าช้ากว่าสายอื่น เพราะติดปัญหาหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม ตามกรอบเวลาที่ สนข.กำหนดไว้ ทุกอย่างจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2550 นี้
จากนั้นกระบวนการต่างๆ จึงจะเริ่มต้น โดยจะเปิดประกวดราคาได้ประมาณเดือนมกราคม 2551 ให้ยื่นซองประกวดราคาปลายเดือนเมษายน จากนั้นปลายเดือนมิถุนายนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเซ็นสัญญาก่อสร้าง และเริ่มตอกเสาเข็มต้นเดือนกรกฎาคม แล้วเสร็จเดือนตุลาคม 2553
สำหรับแนวโครงการรถไฟฟ้าสายพหลโยธิน จุดเริ่มต้นโครงการจะต่อเชื่อมจากรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน บริเวณสถานีหมอชิต จากนั้นแนวสายทางจะข้ามแยกลาดพร้าว ตรงไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านสะพานข้ามแยกรัชโยธินไปตามแนวถนนพลหลโยธิน ซึ่งต่อไป กทม.มีแผนจะทุบสะพานรัชโยธินทิ้ง และสร้างอุโมงค์ทางลอดแทน จากนั้นแนวสายทางจะผ่านสะพานข้ามแยกเกษตร ผ่านอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ บริเวณหลักสี่ ไปสิ้นสุดปลายที่สะพานใหม่ รวมระยะทาง 13 กิโลเมตร
ตลอดเส้นทางจะมีทั้งหมด 13 สถานี ต่อจากสถานีหมอชิต จะเป็นสถานีวิภาวดี ใกล้กับบริเวณห้าแยกลาดพร้าว สถานีต่อไปเป็นสถานีลาดพร้าว อยู่กึ่งกลางระหว่างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กับโรงเรียนหอวัง สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน อยู่บริเวณด้านหน้าเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์
สถานีเสนานิคม อยู่ปากซอยเสนานิคม สถานีเกษตร อยู่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานีบางบัว ใกล้กับโรงเรียนบางบัว สถานีศรีปทุมหน้า มหาวิทยาลัยศรีปทุม สถานีกรมทหารราบที่ 11 สถานีบางเขน อยู่ด้านหน้าสำนักงานเขตบางเขน สถานีพหลโยธิน 57 หน้าห้างโลตัส บางเขน สถานีพหลโยธิน 50 อยู่หน้าห้างบิ๊กซี และสิ้นสุด ที่สถานีสะพานใหม่ ซึ่งจะอยู่บริเวณหน้าตลาด ยิ่งเจริญ
ด้านการเวนคืนที่ดิน ผู้ที่มีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายนี้ ไม่ต้องกังวล เพราะได้รับการยืนยันจาก กทม.แล้วว่า โครงการนี้จะมีการเวนคืนที่ดินน้อยมาก ใช้งบฯเวนคืนเพียงแค่ 526 ล้านบาท
เนื่องจากจะใช้พื้นที่เกาะกลางถนนเป็นส่วนใหญ่ จุดเวนคืนใหญ่สุดจะอยู่บริเวณสำนักงานเขตบางเขน และแยกหลักสี่ และจุดที่เป็นทางขึ้น-ลงของสถานี แต่ถ้าในอนาคตจะมีการต่อขยายเส้นทางโครงการนี้ไปถึงลำลูกกา ก็อาจจะมีผู้ถูกแจ็กพอตโดนเวนคืนจำนวนมากแน่นอน เพราะจะต้องมีการก่อสร้างศูนย์ซ่อมไว้ที่ปลายทางด้วย
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า เมื่อมีการผลัดเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารจะสานต่อแผนงานที่วางไว้หรือไม่ แม้จะมีผู้ประกอบการอสังหา ริมทรัพย์หลายรายเริ่มใช้โครงการนี้เป็นจุดขาย ติดตั้งป้ายโฆษณาว่าเป็นบ้านและคอนโดฯ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า
อยากจะให้โครงการนี้เกิดก็คงต้องลุ้นหนักหน่อย...
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
