สำนักงานสถิติแห่งชาติได้สำรวจและประมวลข้อมูลพื้นที่การก่อสร้างทุกประเภท ที่เอกชน ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างใหม่และต่อเติมหรือดัดแปลง ในเขตพื้นที่ที่มีและไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ในปี 2549 โดยข้อมูลดังกล่าวนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ นำไปใช้ในการคำนวณบัญชีประชาชาติด้านการสะสมทุน และมูลค่าการก่อสร้างรวมของทั้งประเทศ และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กระทรวงพลังงาน และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นำไปใช้ในการจัดทำตัวชี้วัดที่อยู่อาศัย เพื่อใช้ในการติดตามภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และประเมินภาวะเศรษฐกิจโดยรวมด้วยจากการสำรวจ พบว่าจำนวนผู้ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างใหม่ทั่วประเทศในปี 2549 ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 179,385 ราย ได้รับอนุมัติให้ต่อเติมหรือดัดแปลงสิ่งก่อสร้าง 3,065 ราย แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างใหม่ และต่อเติมหรือดัดแปลงมากที่สุด 43,037 ราย (24.0%) และ 1,283 ราย (41.6%) ตามลำดับ ส่วนในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีผู้ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างใหม่น้อยที่สุด 23,303 ราย (13.0%) และภาคใต้มีจำนวนผู้ได้รับอนุมัติ ให้ต่อเติมหรือดัดแปลงน้อยที่สุดคือ 250 ราย (8.2%)
จำนวนสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง ทั่วประเทศ 246,013 หลัง คิดเป็นพื้นที่รวม 71.0 ล้าน ตร.ม. ภาคกลางมีอาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างสูงกว่าภาคอื่นๆ 58,872 หลัง พื้นที่รวม 12.2 ล้าน ตร.ม. ส่วนภาคเหนือมีสิ่งก่อสร้างและพื้นที่ก่อสร้างที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างน้อยที่สุดคือ 27,397 หลัง คิดเป็นพื้นที่รวม 5.4 ล้าน ตร.ม.
พิจารณาถึงชนิดของสิ่งก่อสร้าง พบว่าสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ 64.2% เป็นอาคารโรงเรือนเพื่ออยู่อาศัย คิดเป็นพื้นที่ 40.8 ล้าน ตร.ม. ส่วนการก่อสร้างอาคารเพื่อการพาณิชย์ 13.1 ล้าน ตร.ม. (20.6%) เพื่อการอุตสาหกรรมและโรงงาน 5.2 ล้าน ตร.ม. (8.2%) พื้นที่ก่อสร้างที่เป็นโรงแรม หอพัก และภัตตาคาร รวม 1.9 ล้าน ตร.ม. (3.0%) อาคารเพื่อการศึกษาและสาธารณสุข 0.8 ล้าน ตร.ม. (1.3%) และเป็นการก่อสร้างอื่นๆ เช่น อาคาร เพื่อการบำบัดน้ำเสีย โรงไฟฟ้า อาคารระบบประปาและโรงกรองน้ำ เพื่อการเกษตร เพื่อการขนส่ง เพื่อการบันเทิง และอื่นๆ 1.7 ล้าน ตร.ม. (2.7%)
สิ่งก่อสร้างที่มิใช่อาคารโรงเรือนประเภทรั้ว/กำแพง ถนน สะพาน เขื่อน/คันดิน ทางระบายน้ำ ฯลฯ ทั่วประเทศได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง 20,662 แห่ง คิดเป็นความยาวรวม 2.3 ล้านเมตร กทม.มีจำนวนสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างสูงสุดถึง 6,183 แห่ง คิดเป็นความยาวรวม 766,556 เมตร ส่วนภาคใต้มีจำนวนสิ่งก่อสร้าง และมีความยาวที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างน้อยที่สุด 383 แห่ง ยาว 92,376 เมตร
สำหรับสิ่งก่อสร้างที่มิใช่อาคารโรงเรือนประเภทสระว่ายน้ำ ปั๊มน้ำมัน ท่าเรือ สนามกีฬา ลานจอดรถ ป้ายโฆษณา ฯลฯ ทั่วประเทศมีการอนุมัติให้ก่อสร้าง 3,804 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ 1.9 ล้าน ตร.ม. ภาคกลางมีสิ่งก่อสร้างสูงที่สุด 1,040 แห่ง มีพื้นที่ก่อสร้าง 523,187 ตร.ม. ใน กทม.และภาคใต้มีสิ่งก่อสร้างน้อยที่สุด 365 แห่ง และ 383 แห่ง ตามลำดับ และ กทม. มีพื้นที่ 308,048 ตร.ม. และภาคใต้มีพื้นที่ 136,898 ตร.ม.
หากพิจารณาชนิดของสิ่งก่อสร้างและพื้นที่ก่อสร้างของสิ่งก่อสร้างที่มิใช่อาคารโรงเรือน ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างลานจอดรถได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง 991,639 ตร.ม. (53.0%) ปั๊มน้ำมัน และท่าเรือ ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง 270,605 และ 183,226 ตร.ม. คิดเป็น 14.5% และ 9.8% ตามลำดับ ป้ายโฆษณามีพื้นที่ก่อสร้าง 124,879 ตร.ม. (6.7%) ส่วนการก่อสร้างอื่นๆ เช่น การก่อสร้างสระว่ายน้ำ สนามกีฬา ลานตากข้าว การก่อสร้างพื้นที่ตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น คิดเป็นพื้นที่ 299,489 ตร.ม. (16.0%)
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
