วีอาร์เอช ทุ่มงบฯ 200 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตก๊อกน้ำแห่งที่ 2 ในจังหวัดสมุทรสาคร รุก ขยายตลาดทุกช่องทางทั้งใน-ต่างประเทศ ชู ก๊อกประหยัดน้ำ เจาะตลาดงานโครงการ ตั้งเป้าดันยอดขายปีนี้เพิ่มเป็น 600 ล้านบาท เติบโต 70%นายสุวี หทัยพันธลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท วี.อาร์.แฮนด์เดิล จำกัด ผู้ผลิตก๊อกน้ำ สเตนเลสแบรนด์ วีอาร์เอช เปิดเผยว่า จากนโยบายบริษัทที่ต้องการรุกตลาดก๊อกน้ำทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ก่อนหน้านี้จึงได้ทุ่มงบฯลงทุนจำนวน 200 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 บนเนื้อที่ 8 ไร่ ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยโรงงานแห่งใหม่มีระบบการผลิตที่ทันสมัย ใช้การควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ วอเตอร์เจ็ต (water jet) เพื่อช่วยในการตัด สเตนเลสได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยปีนี้จะเน้นการรุกตลาด ก๊อกประหยัดน้ำ ราคาขายตั้งแต่ 300-6,000 บาทมากขึ้น
ปัจจุบันก๊อกน้ำสเตนเลสของ วีอาร์เอช ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสินค้าระดับพรีเมี่ยม เรามีการพัฒนาทั้งรูปแบบและคุณภาพมาโดยตลอด ภายหลังจากที่บริษัทได้ผลิตก๊อกน้ำในโรงงานที่ 2 อย่างเต็มรูปแบบแล้ว จะทำให้สัดส่วนการผลิตสินค้าประเภทก๊อกน้ำเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 70% จากกำลังการผลิตโดยรวม ส่วนโรงงานแรกจะผลิตสินค้าจำพวกมือจับ อุปกรณ์ติดตั้งประตู อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำ และชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า
สำหรับก๊อกประหยัดน้ำจะใช้หลักการเดียวกับฝักบัว คือ ฉีดน้ำออกมาเป็นสาย ช่วยให้ประหยัดน้ำได้มากกว่าเดิมถึง 5 เท่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ งานโครงการราชการ ศูนย์การค้า โรงพยาบาล เป็นต้น หลังจากเริ่มทดลองทำตลาดตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี ก่อนหน้านี้ได้ติดตั้ง (เปลี่ยนก๊อกน้ำ) ในศูนย์การค้าโลตัสรวม 66 สาขา เท่าที่ทราบสามารถช่วยโลตัสประหยัดน้ำคิดเป็นเงิน 3 ล้านบาทต่อเดือน ตั้งเป้าว่าในปีนี้เฉพาะก๊อกรุ่นประหยัดน้ำจะสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 50 ล้านบาท
นายสุวีกล่าวต่อว่า สินค้าของวีอาร์เอชสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่ม คือ 1) ก๊อกน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ 2) เครื่องใช้ในห้องน้ำ 3) มือจับและอุปกรณ์ติดตั้งประตู 4) ตะแกรง และ 5) ชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ราคาตั้งแต่ 300-20,000 บาทต่อชิ้น ถูกกว่าสินค้านำเข้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน จุดเด่นคือผลิตจากสเตนเลสคุณภาพสูง ต่างจากก๊อกน้ำทั่วไปที่ส่วนใหญ่ผลิตจากทองเหลืองชุบโครเมียม ข้อดีคือทนทานรอยขีดข่วนและทนทาน โดยบริษัทรับประกันสินค้านาน 12 ปี
โดยในปี 2549 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรวม 350 ล้านบาท แยกเป็นสัดส่วนการส่งออกประมาณ 60% ตลาดที่สำคัญ อาทิ เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ สเปน เบลเยียม สวีเดน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น กัมพูชา ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกสินค้าในกลุ่มก๊อกน้ำ และขายภายในประเทศ 40% ส่วนในปีนี้หลังจากโรงงานใหม่เริ่มต้นผลิตสินค้าแล้ว ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 600 ล้านบาท เติบโต 70%
หน้า 13
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
