กทพ.แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เจรจาแบงก์กรุงไทย ขอยืดเวลาชำระหนี้ค่าก่อสร้างวงแหวนด้านใต้ 18,000 กว่าล้านออกไปอีก 1 เดือน ระหว่างรอ ครม.ไฟเขียวคลังหาเงินกู้ให้ หวั่นเรื่องยืดเยื้อเหตุยังไม่มีความชัดเจนให้ใครเป็นเจ้าภาพบริหารโครงการ เพื่อรับผิดชอบภาระหนี้ทั้งหมดแหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า จากที่ กทพ.มีภาระต้องหาเงินจำนวน 26,791 ล้านบาท เพื่อจ่ายค่าก่อสร้างให้กับบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์หรือวงแหวนด้านใต้จำนวน 18,397 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ และค่าก่อสร้างโครงการที่เปิดประมูลไปแล้วแต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาจำนวน 3 โครงการ วงเงิน 8,394 ล้านบาท คือโครงการระบบเก็บค่าผ่านทางและระบบควบคุมความปลอดภัยด้านการจราจรโครงการวงแหวนด้านใต้ โครงการสร้างทางเชื่อมต่อทางด่วนบูรพาวิถีหรือบางนา-บางปะกง และโครงการทางเชื่อมต่อถนนวงแหวนอุตสาห กรรมกับวงแหวนด้านใต้
ขณะนี้มีความชัดเจนและมีทางออกแล้วว่า ระหว่างรอให้กระทรวงคมนาคมนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเพื่อให้กระทรวงการคลังหาเงินมาชำระหนี้ให้ก่อนนั้น กทพ.จะเจรจากับเจ้าหนี้ที่ปล่อยกู้ให้กับบริษัท ช.การช่าง คือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้ยืดการชำระหนี้ออกไปก่อน
สำหรับระยะเวลาการขอยืดหนี้นั้นคาดว่าประมาณ 1 เดือน เนื่องจากประเมินตามขั้นตอนแล้วกว่า ครม.จะอนุมัติตามที่ กทพ.เสนอ และกระทรวงการคลังต้องไปหาเงินกู้มาให้ คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือน แต่การหาเงินมาชำระหนี้ก้อนนี้ไม่น่าจะมีปัญหา เพียงแต่ต้องใช้เวลาการดำเนินการ
ถ้าเราไม่ขอขยายเวลาการกู้เงินออกไป เจ้าหนี้จะคิดดอกเบี้ย กทพ.ต้องแบกรับภาระเพิ่มและ อาจจะเกิดความเสียหายแก่รัฐบาลได้ ยิ่งปล่อยเวลาออกไปให้เนิ่นนานดอกเบี้ยก็ยิ่งมาก
สำหรับเรื่องที่จะให้ใครมาบริหารโครงการ เพื่อจัดเก็บค่าผ่านทางนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นกรมทางหลวงหรือ กทพ. ซึ่งยังไม่รู้ว่าทาง ครม.กับกระทรวงการคลังต้องการจะให้เรื่องนี้ชัดเจนก่อนหรือเปล่า จึงจะอนุมัติเงินจ่ายให้ผู้รับเหมาเพื่อในอนาคตจะได้มีเงินมาชำระหนี้คืน
แต่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายจะให้หาทาง ออกด้วยการหาเงินมาจ่ายให้ผู้รับเหมาไปก่อน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าส่วนการบริหารโครงการค่อยมาว่ากันภายหลัง ส่วน ครม.จะว่ายังไงนั้น คงต้องรอดูนโยบายอีกที
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า โครงการวงแหวนด้านใต้มีมูลค่าการลงทุนโครงการรวม 27,582.75 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 9,408.97 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 15,537.60 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการเงิน 1,020.11 ล้านบาท โดยผู้รับจ้างจะได้รับเงินเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน โดย กทพ.ได้ให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ก่อสร้าง เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2547 และล่าสุดได้ขยายเวลาก่อสร้างจากเดิมกำหนดเสร็จวันที่ 22 กุมภาพันธ์เป็นวันที่ 15 กรกฎาคม 2550
นอกจากนี้ ยังมีค่าเค 1,553.76 ล้านบาท รวมเป็นค่าก่อสร้างทั้งหมด 18,111.47 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 49.69 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษางานทบทวนการศึกษาความเหมาะสม 12.62 ล้านบาท
หน้า 13
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
