สมาคมป้ายโฆษณา ค้านกรมโยธาฯ แก้กฎกระทรวงเรื่องแรงลมของป้าย ระบุข้อกำหนดให้โครงสร้างที่ติดตั้งต้องรับน้ำหนักได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าจาก 120 กิโลกรัมเป็น 360 กิโลกรัม ชี้ทำให้ต้นทุนเพิ่ม 3 เท่าตัว สวนทางกับตลาดที่ซบเซาลงกว่า 50% ด้าน กทม.ขอเวลา 3 เดือน ตรวจสอบป้ายไม่ได้มาตรฐานใหม่อีกรอบนายนพดล ตัณศลารักษ์ นายกสมาคมป้ายและโฆษณา เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า สมาคมจะทำหนังสือถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยธ.) เพื่อขอให้ทางกรมโยธาฯ ขอให้ทบทวนการแก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 6 เกี่ยวกับการติดตั้งป้าย ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะทำการติดป้ายจะต้องเพิ่มการรับน้ำหนักในส่วนของโครงสร้างจากเดิมอีก 3 เท่า จาก 120 กิโลกรัมเป็น 360 กิโลกรัม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ปลายปีนี้ เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่กรมโยธาฯ จะแก้ไขกฎกระทรวงฉบับนี้ เพราะในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้ ที่สำคัญทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการป้ายเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัว
นายนพดลกล่าวว่า ในการติดตั้งโครงสร้างป้ายโฆษณา จะขึ้นอยู่กับรูปแบบของโครงสร้างที่จะติดตั้งมากกว่าว่าจะต้องก่อสร้างให้รับน้ำหนักได้เท่าใด ปัจจุบันผู้ประกอบการก็มีต้นทุนในการติดตั้งโครงสร้างป้ายมากพออยู่แล้ว หากแก้ไขกฎกระทรวงผลกระทบจะตามมารุนแรงแน่ เนื่องจากธุรกิจนี้เอกชนดำเนินการเองทั้งหมด โดยภาครัฐไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือหรือให้การสนับสนุนแต่อย่างใด
ตอนนี้เรากำลังเตรียมเอกสารรายละเอียดที่จะชี้แจงต่อภาครัฐ และอยู่ระหว่างจะรอให้กรุงเทพมหานคร แต่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลและแก้ไขปัญหาเรื่องป้ายให้เสร็จภายใน 7 วันก่อน จากนั้นจะยื่นหนังสือถึงกรมโยธาฯ ทันที
โดยสมาคมจะอธิบายถึงหลักการและเหตุผล ตลอดจนภาพโดยรวมของธุรกิจป้ายโฆษณาว่า เพราะเหตุใดจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎกระทรวงฉบับนี้ ทั้งนี้ ที่น่าเป็นห่วงคือปัจจุบันธุรกิจป้ายโฆษณาซบเซาลงมาก ตลาดชะลอตัวลงกว่า 50% ส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาลง และการออกข้อบัญญัติคุมการก่อสร้างป้ายขนาดใหญ่ริมถนนสายหลัก ในพื้นที่ 5 โซนของ กทม. ทำให้ผู้ประกอบการป้ายไม่อยากจะแก้ไขหรือปรับปรุงป้ายที่ติดตั้งไปก่อนหน้านี้
สมาคมเห็นด้วยกับนโยบายของ กทม.ที่ต้อง การแก้ไขปัญหาเรื่องป้ายที่ไม่แข็งแรง และเชื่อว่าเดินมาถูกจุดทางแล้ว เพราะตอนนี้ตลาดป้ายก็ไม่ค่อยดี และผู้ประกอบการคงอยากจะให้รื้ออยู่แล้ว แต่ที่อยากจะเสนอแนะคือ ต้องการให้มีการออกพระราชบัญญัติป้ายโฆษณาออกมาต่างหาก จากเดิมที่อยู่รวมกับกฎหมายควบคุมอาคาร หากทำได้จะทำให้การแก้ปัญหาเรื่องป้ายง่ายขึ้น
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ปัญหาเรื่องป้ายโฆษณา ประกอบด้วยกลุ่มวิชาชีพ หน่วยงานราชการ กลุ่มผู้ผลิตป้ายโฆษณา เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาป้ายเถื่อนและป้ายที่ไม่ได้มาตรฐาน ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนี้
สำหรับป้ายขนาดใหญ่ในเขต กทม.มีทั้งหมด 1,410 ป้าย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.ป้ายก่อสร้างโดยได้รับอนุญาต 1,028 ป้าย เป็นป้ายบนดิน 693 ป้าย บนอาคาร 335 ป้าย ก่อสร้างไม่ตรงตามแบบ 212 ป้าย เป็นป้ายบนดิน 155 ป้าย บนอาคาร 57 ป้าย โดยป้ายที่ก่อสร้างไม่ตรงตามแบบ 212 ป้ายดังกล่าว มีป้ายที่มีลักษณะเป็นอันตราย 94 ป้าย เช่น ความสูง ความกว้าง มากกว่าแบบที่ได้รับอนุญาต หรือใช้วัสดุก่อสร้างไม่ตรงตามแบบ ในจำนวนนี้เป็นป้ายของสมาชิกสมาคมป้าย 38 ป้าย ที่เหลือ 118 ป้ายเป็นป้ายที่มีลักษณะไม่เป็นอันตรายแต่ผิดกฎหมาย เช่น ระยะห่างเขตที่สาธารณะ ระยะห่างเขตที่ดิน ไม่ตรงตามแบบที่ได้รับอนุญาต
2.ป้ายที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเขตได้ออกคำสั่งให้รื้อถอนแล้ว 382 ป้าย แยกเป็นป้ายบนดิน 194 ป้าย บนอาคาร 188 ป้าย และป้ายที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตมีป้ายที่ก่อสร้างในบริเวณห้ามก่อสร้างป้าย 376 ป้าย เป็นป้ายของสมาชิกสมาคมป้าย 18 ป้าย และป้ายที่ไม่อยู่ในบริเวณห้ามก่อสร้างป้าย ซึ่งสามารถขออนุญาตได้ 6 ป้าย
ส่วนป้ายที่ไม่มั่นคงแข็งแรง 27 ป้าย สั่งการให้เขตรื้อถอนภายใน 30 วันนี้ ขณะนี้ยังเหลือที่เขตคันนายาว 1 ป้าย ซึ่งเขตออกคำสั่งให้รื้อถอนแล้ว เขตบึงกุ่ม 3 ป้าย ออกคำสั่งรื้อถอนแต่ไม่ยอมรื้อถอน จึงส่งดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนคำสั่ง และประมาณการค่ารื้อถอนเพื่อเข้ารื้อถอนเอง เขตคลองเตย 1 ป้าย สั่งแล้วแต่ไม่ยอมรื้อถอน เขตบางรัก 9 ป้าย ไม่ยอมรื้อถอน เขตพระโขนง 2 ป้าย อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขให้มั่นคงแข็งแรง และเขตตลิ่งชัน 11 ป้าย ไม่ยอมรื้อถอนอยู่ระหว่างส่งดำเนินคดี
การแก้ปัญหาเร่งด่วน จะร่วมมือกับสมาคมป้าย คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบป้ายที่ไม่ได้รับอนุญาตและจะมีการติดป้ายติดไว้ที่ป้ายด้วยว่าแข็งแรงหรือไม่แข็งแรง ซึ่งจะใช้เวลาทั้งสิ้น 3 เดือน นายอภิรักษ์กล่าว
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
