รายงานภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีแนวโน้มทรงตัว แม้เศรษฐกิจและการเมืองยังส่งผลกระทบในด้านลบ โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานผลการสำรวจที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล 5 จังหวัด สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ในตลาดที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยตัวเลขที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียน ในเขต กทม. และปริมณฑล 5 จังหวัด ช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ว่ามีจำนวนรวม 21,185 หน่วย สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2549 เล็กน้อยประมาณ 2.5%
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน
ของปี 2550 มีจำนวนบ้านเดี่ยวสร้างเสร็จ จดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 12,192 หน่วย คิดเป็น 57.6% ของจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ
จดทะเบียนใหม่ทั้งหมด จำนวนทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ 3,935 หน่วย คิดเป็น 18.6% และจำนวนห้องชุดในคอนโดมิเนียม 4,649 หน่วย คิดเป็น 21.9% และที่เหลือเป็นบ้านแฝดจำนวน 409 หน่วย หรือเท่ากับ 1.9% ของจำนวนที่อยู่อาศัยจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด
เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2549 พบว่าจำนวนบ้านเดี่ยวมีสัดส่วนลดลงมาก ในขณะที่จำนวนห้องชุดคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับในส่วนของจำนวนทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์ มีสัดส่วนลดลงจากปีที่แล้วเพียงเล็กน้อย และบ้านแฝด เริ่มมีแนวโน้มสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น
กล่าวคือ ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2549 มีจำนวนบ้านเดี่ยวสร้างเสร็จจดทะเบียน 14,652 หน่วย คิดเป็น 70.9% ของจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด จำนวนทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์ 4,785 หน่วย คิดเป็น 23.2% จำนวนห้องชุด 1,044 หน่วย คิดเป็น 5.1% และที่เหลือเป็นบ้านแฝด จำนวน 188 หน่วย คิดเป็น 0.9%
เมื่อรวมจำนวนที่อยู่อาศัยแนวราบทุกประเภท คือ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์ มีจำนวนรวม 16,536 หน่วย จำนวนหน่วยลดลง 15.7% เมื่อเทียบ กับช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนบ้านเดี่ยว ลดลง 16.8% จำนวนทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์ลดลง 17.8% ส่วนบ้านแฝดมีจำนวนเพิ่มขึ้น 117.6% ในขณะที่จำนวนที่อยู่อาศัย แนวสูงหรือห้องชุดคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 345.3%
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
