สำนักงานสถิติแห่งชาติรวบรวมข้อมูลสิ่งก่อสร้างที่เอกชนได้รับอนุมัติให้ทำการก่อสร้างใหม่ ต่อเติมหรือดัดแปลงตามเทศบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง ไตรมาสที่ 1/2550 (มกราคม-มีนาคม 2550) เฉพาะท้องที่ในเขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ดังนี้ไตรมาส 1 ปีที่ผ่านมามีเอกชนได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างอาคารโรงเรือน 39,089 ราย คิดเป็นพื้นที่ 15.0 ล้าน ตร.ม. ส่วนใหญ่ร้อยละ 98.3 ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างใหม่ และร้อยละ 1.7 ได้รับอนุมัติให้ต่อเติมหรือดัดแปลง
เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2549 พบว่า จำนวนผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างอาคารโรงเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 และมีพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 และเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2549 พบว่า จำนวนผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.2 แต่มีพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างลดลงร้อยละ 12.2
สำหรับสิ่งก่อสร้างที่มิใช่อาคารโรงเรือน มีเอกชนที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง 5,365 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 99.2 ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างใหม่ และร้อยละ 0.8 ได้รับอนุมัติให้ต่อเติมหรือดัดแปลง แยกเป็นสิ่งก่อสร้างประเภท ลานจอดรถ สนามกีฬา ปั๊มน้ำมัน ป้ายโฆษณา ท่าเรือ ฯลฯ คิดเป็นพื้นที่ทั้งสิ้น 412,180 ตร.ม. และประเภททางระบายน้ำ ถนน รั้ว/กำแพง ฯลฯ คิดเป็นความยาวทั้งสิ้น 776,634 เมตร
เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2549 จำนวนผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างลดลงร้อยละ 7.7 แต่พื้นที่ก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.7 และมีพื้นที่ก่อสร้างในส่วนที่คิดเป็นความยาวเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.1
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2549 พบว่า จำนวนผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 โดยมีพื้นที่ก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.1 และความยาวของสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้น ร้อยละ 42.0
พิจารณาชนิดของสิ่งก่อสร้างพบว่า อาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างในไตรมาสแรกปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นอาคารโรงเรือนเพื่ออยู่อาศัย โดยมีพื้นที่รวม 10.2 ล้าน ตร.ม.หรือ ร้อยละ 68.3 ของสิ่งก่อสร้างที่เป็นอาคาร โรงเรือนทั้งสิ้น ส่วนอาคารโรงเรือนที่ก่อสร้างเพื่อการอุตสาหกรรม และโรงงาน มีพื้นที่รวม 2.02 ล้าน ตร.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 13.5
เป็นอาคารเพื่อการพาณิชย์มีพื้นที่รวม 1.60 ล้าน ตร.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 10.7 เป็นการก่อสร้างโรงแรม/หอพัก/ภัตตาคาร คิดเป็นพื้นที่ 654,000 ตร.ม. และเป็นการก่อสร้างเพื่อการศึกษาและสาธารณสุข 71,513 ตร.ม.
เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2549 พบว่าอาคารโรงเรือนมีพื้นที่ก่อสร้างที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 โดยเฉพาะการก่อสร้าโรงแรม/หอพัก/ภัตตาคารเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 27.2 ส่วนการก่อสร้างเพื่อการศึกษาและสาธารณสุขมีพื้นที่ก่อสร้างได้รับอนุมัติลดลงร้อยละ 59.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2549 พบว่า อาคารโรงเรือนมีพื้นที่ก่อสร้างที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างโดยรวมลดลงร้อยละ 12.2
สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า สิ่งก่อสร้างที่มิใช่อาคารโรงเรือนนั้นส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างท่อ/ทางระบายน้ำ ซึ่งมีความยาวรวม 408,338 เมตร หรือร้อยละ 52.6 เป็นการก่อสร้างประเภทถนน 187,051 เมตร หรือร้อยละ 24.1 และเป็นก่อสร้างรั้ว/กำแพง 145,715 เมตร คิดเป็นร้อยละ 18.8 สำหรับลานจอดรถได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง คิดเป็นพื้นที่ 263,639 ตร.ม. หรือร้อยละ 64.0 และปั๊มน้ำมันได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง คิดเป็นพื้นที่ 35,624 ตร.ม. หรือร้อยละ 8.6
เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2549 พบว่า สิ่งก่อสร้างที่มิใช่อาคารโรงเรือนมีความยาวของสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.1 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.0 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2549 ส่วนสิ่งก่อสร้างที่มิใช่อาคารโรงเรือนที่เป็น พื้นที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างโดยรวมเพิ่มขึ้น 22.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.1 เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันของปี 2549
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
