บริษัทรับสร้างบ้าน-รับสร้างโรงงานขยายตลาด กลุ่มซีคอน ตั้งเป้ายอดขายทั้งกลุ่ม 1,500 ล้านบาท เติบโต 15% ล่าสุดแตกบริษัทใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าสร้างบ้านต่ำกว่า 2 ล้านบาท ด้าน เอฟซีไอ ทุ่มงบฯการตลาดเน้นโรดโชว์ตามงานเอ็กซิบิชั่น ดันยอด 580 ล้านบาท เติบโต 20% ปีหน้าเปิดตัวโรงงานรุ่นใหม่เน้นจุดขายประหยัดพลังงานนายกอบชัย ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ในปีนี้กลุ่มบริษัทซีคอนและบริษัทรับสร้างบ้านในเครืออีก 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท บิวท์ ทู บิวด์ จำกัด บริษัท บางกอกเฮ้าส์บิว เดอร์ จำกัด บริษัท ไตรเฮ้าส์ บิวเดอร์ จำกัด และบริษัท คอมแพคโฮม จำกัด (เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่) ได้ตั้งเป้ายอดขายรวม 1,500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 15% โดยแยกเป็นบริษัทซีคอนและคอมแพคโฮม 770 ล้านบาท และบริษัท บิวท์ ทู บิวด์ บางกอกเฮ้าส์ บิวเดอร์ และไตรเฮ้าส์ บิวเดอร์ 730 ล้านบาท
สำหรับบริษัทคอมแพคโฮมเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่และเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อขยายตลาดรับสร้างบ้านระดับราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทโดยเฉพาะ เนื่องจากที่ผ่านมามีกลุ่มลูกค้าสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ซีคอนไม่มีนโยบายรับสร้างบ้านให้ลูกค้ากลุ่มนี้ จึงตัดสินใจแตกบริษัทใหม่เพื่อแยกการทำตลาดให้ชัดเจน
นางสาวศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท คอมแพคโฮม จำกัด และบริษัท ซีคอน จำกัด กล่าวเสริมว่า จุดขายของคอมแพคโฮมคือ 1)ราคาถูกใกล้เคียงกับบริษัทรับเหมา 2)ใช้ระบบก่อสร้างแบบหล่อชิ้นส่วนสำเร็จรูปเหมือนซีคอน และ 3)เน้นดีไซน์ทันสมัย ภายใต้สโลแกนว่า เบาที่ราคา มากด้วยคุณภาพ โดยมีจุดที่แตกต่างจากบริษัทบางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ คือ แบบบ้านที่เน้นสไตล์โมเดิร์นโอเรียนทอลเป็นหลัก
เบื้องต้นได้เปิดตัวแบบบ้านใหม่ทั้งชั้นเดียวและ 2 ชั้น รวม 12 แบบ พื้นที่ใช้สอย 68-187 ตารางเมตร ราคา 7.68 แสน-1.68 แสนบาท และมีสำนักงานขาย 4 แห่งกระจายทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ สาขาสี่พระยา ร่มเกล้า แจ้งวัฒนะ และราชพฤกษ์ พร้อมทั้งทุ่มงบฯการตลาดในช่วง 6 เดือนนับจากนี้จำนวน 15 ล้านบาท เพื่อออนแอร์หนังโฆษณาเรื่อง Standard และ No Problem สื่อว่าเมื่อเลือกใช้บริษัทสร้างบ้านจะไม่เกิดปัญหาแบบเดียวกับผู้รับเหมา โดยในช่วงแรกได้จัดโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 8 หมื่นบาทถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ คาดว่าในปี 2550 จะสามมารถทำยอดขายได้ 120 ล้านบาท จากช่วง 2 เดือนแรกที่เปิดตัวมียอดขายแล้วกว่า 20 ล้านบาท
นายพนม พิมพ์แสง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอฟซีไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจรับก่อสร้างโรงงานสำเร็จรูป เปิดเผยว่า จากภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัว ในปีนี้บริษัทได้ทุ่มงบฯการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 1% เศษ เป็น 2% ของยอดขายทั้งปี เพื่อทำกิจกรรมการตลาดในเชิงรุกมากขึ้น โดยเน้นการจัดกิจกรรมโรดโชว์ รวมถึงทำโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเอกสารแผ่นพับแนะนำบริษัทตามนิคมอุตสาห กรรมเพื่อผลักดันผลประกอบการในปีนี้ให้ได้ถึง 580 ล้านบาท เติบโต 20% ตามเป้า โดยในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมามียอดขายแล้ว 230 ล้านบาท
โดยทิศทางในช่วงครึ่งปีหลังจะเน้นลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ พลาสติก และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังคงมีการขยายโรงงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมูลค่างานก่อสร้างในมือรวม 15 โรงงาน มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท และในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาอีก 4 โรงงาน มูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าในปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้
นายพนมกล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโรงงานรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3-5 แบบ คาดว่าพร้อมเปิดตัวในปีหน้า โดยโรงงานรูปแบบใหม่มีจุดเด่น 2 ส่วนคือ 1)เน้นใช้วัสดุประหยัดพลังงานภายใต้ราคาก่อสร้างเท่าเดิม โดยปัจจุบันคิดค่าก่อสร้างเฉลี่ย 5-7 พันบาทต่อตารางเมตร 2)ก่อสร้างรวดเร็วขึ้นจากเดิม 4-5 เดือน ลดเหลือ 3 เดือน (ขนาดพื้นที่ 1 หมื่นตารางเมตร) เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้า
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
