AREA (บ.เอเจนซี่ ฟอร์เรียลเอสเตท แอฟแฟรส์) จัดทำรายงานสรุปสถานการณ์โครงการ อสังหาริมทรัพย์ เปิดตัวใหม่ ประจำเดือนมิถุนายน 2550 พบว่ามีโครงการเกิดใหม่ทั้งสิ้น 31 โครงการ มากกว่าเดือนพฤษภาคม 4 โครงการ และแน่นอนว่ายังเกาะกลุ่มโครงการที่อยู่อาศัยสูงสุด 28 โครงการ จำนวน 5,218 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 93 ที่เหลือเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ 3 โครงการคอนโดฯยูนิตใหม่ลดลง 39%
ทั้ง 31 โครงการเกิดใหม่นี้ มีจำนวนหน่วยรวมกันทั้งสิ้น 5,620 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 14,948 ล้านบาท โดยอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดยังคงเปิดตัวสูงอย่างต่อเนื่อง มีหน่วยขายมากถึง 2,107 หน่วย หรือประมาณ 38% ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมด แต่มีจำนวนหน่วยลดลงจากเดือนที่ผ่านมาจำนวน 1,334 หน่วย (เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีจำนวน 3,441 หน่วย) หรือลดลงประมาณ 39%
รองลงมาคือประเภททาวน์เฮาส์ มีหน่วยขายจำนวน 1,717 หน่วย หรือประมาณ 31% ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมด อันดับ 3 คือประเภทบ้านเดี่ยวมีหน่วยขายจำนวน 1,015 หน่วย หรือประมาณ 18% ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมด โดยจะพบว่าในเดือนนี้มีการพัฒนาทาวน์เฮาส์ และบ้านเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น
พิจารณามูลค่ารวมของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดใหม่ในเดือนมิถุนายน มีจำนวนทั้งสิ้น 14,948 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจำนวน 690 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5% แต่มีจำนวนหน่วย ขายที่เปิดขายลดลงจำนวน 124 หน่วย หรือ ลดลงประมาณ 2% และในเดือนนี้ก็ยังคงมีลักษณะการพัฒนาใกล้เคียงกับเดือนที่ผ่านมา คือมีการเปิดตัวอาคารชุดระดับราคาไม่เกิน 1.000 ล้านบาทมากขึ้น โดยมีหน่วยขายใน กลุ่มนี้มากถึง 43% ของจำนวนอาคารชุดที่เปิด ขายในเดือนนี้ทั้งหมด (909 หน่วย จากทั้งหมด 2,107 หน่วย)
โดยในเดือนนี้อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่มีมูลค่าการพัฒนาสูงสุดเป็นโครงการเพื่อการ พักผ่อน ได้แก่ วิลล่าและอาคารชุดตากอากาศ ซึ่งมีระดับราคาสูง โดยมีมูลค่าการพัฒนาในกลุ่มนี้จำนวน 3,875 ล้านบาท หรือประมาณ 25% ส่วนประเภทที่มีมูลค่าการพัฒนาลำดับรองลงมาคืออาคารชุดพักอาศัย มีมูลค่าโครงการ 3,559 ล้านบาท หรือประมาณ 24% ของมูลค่าทั้งหมด และอันดับ 3 คือบ้านเดี่ยวมีมูลค่าโครงการจำนวน 3,423 ล้านบาท หรือประมาณ 23% ของมูลค่าทั้งหมด
โดยในเดือนนี้อาคารชุดที่เปิดตัวใหม่ร้อยละ 96 ของการเปิดขายทั้งหมดเป็นอาคารชุดที่มีระดับราคาไม่เกิน 3.000 ล้านบาท ส่วนบ้านเดี่ยวที่เปิดร้อยละ 86 ของการเปิดขายทั้งหมดเป็นโครงการที่มีระดับราคาไม่เกิน 5.000 ล้านบาท ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในเดือนนี้จุดเน้นคือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมีแนวโน้มการพัฒนาที่ระดับราคาที่ค่อนข้างต่ำ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณามูลค่าโครงการโดยรวมจะสูงกว่าเดือนที่ผ่านมาเพียงเล็กน้อย และมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงกว่าเล็กน้อยเช่นกัน เนื่องจากการพัฒนาจะมีลักษณะใกล้เคียงกับเดือนที่ผ่านมา คือมีจำนวนหน่วยขายที่มีระดับราคาไม่เกิน 3.000 ล้านบาท สูงถึง 81% ของหน่วยขายทั้งหมด แต่มีมูลค่าเพียง 52% ของมูลค่าทั้งหมด
ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยของเดือนนี้จะมีราคาสูงกว่าเดือนพฤษภาคม โดยเดือนมิถุนายนมีราคาขายเฉลี่ยที่ 2.660 ล้านบาทต่อหน่วย เทียบกับเดือนพฤษภาคมมีราคาขายเฉลี่ยที่ 2.482 ล้านบาทต่อหน่วย
บ้านแพงแค่ 300 หน่วยแต่มูลค่ารวม 29%
ในเดือนนี้พบด้วยว่าไม่มีหน่วยขายใหม่ที่มีราคาต่ำกว่า 0.500 ล้านบาทเลย โดยระดับราคาที่มีจำนวนหน่วยขายมากที่สุดจะอยู่ที่ราคาไม่เกิน 2.000 ล้านบาท มีมากถึง 3,369 หน่วย หรือประมาณ 60% ของหน่วยขายทั้งหมด ส่วนหน่วยขายที่ระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท มีจำนวน 1,186 หน่วย หรือประมาณ 21% หน่วยขายที่ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท มีจำนวน 740 หน่วย หรือประมาณ 13% ส่วน ที่เหลืออีก 5% จะเป็นหน่วยขายที่มีระดับราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป
โดยรวมแล้ว จะพบว่าในเดือนนี้มีจำนวนหน่วยขายระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทมีจำนวนมากที่สุด แต่มีมูลค่ารวมกันเพียง 41% ของมูลค่าทั้งหมด (4,645 ล้านบาท จาก มูลค่ารวม 14,948 ล้านบาท) หน่วยขายที่ระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท มีมูลค่าประมาณ 21% (3,191 ล้านบาท จากมูลค่ารวม 14,948 ล้านบาท) ส่วนมูลค่าที่ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท มีมูลค่ารวมกันประมาณ 19% (2,791 ล้านบาท จากมูลค่ารวม 14,948 ล้านบาท)
ส่วนที่เหลืออีก 29% เป็นหน่วยขายที่มีระดับราคาเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนเพียง 325 หน่วย หรือประมาณ 5% ของหน่วยขาย ทั้งหมดเท่านั้น แต่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 29% ของมูลค่าทั้งหมด (4,322 ล้านบาท จากมูลค่ารวม 14,948 ล้านบาท) ซึ่งราคาขายเฉลี่ยของหน่วยขายที่มีระดับราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยสูงถึง 13.290 ล้านบาท ซึ่งราคาขายเฉลี่ยจะสูงกว่าเดือนที่ผ่านมาถึง 45% (เดือนก่อนราคาเฉลี่ยที่ 9.700 ล้านบาท)
เมื่อพิจารณาถึงผู้ประกอบการที่เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนนี้ จะพบว่าเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพียง 5 บริษัท คือ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัททั่วไปที่ไม่ใช่บริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯอีกจำนวนหนึ่ง
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
