ศุภาลัย จ่อขึ้น 7 โครงการใหม่ ทั้งซิตี้ คอนโดฯ-บ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์-บ้านแฝด มูลค่ารวม 10,700 ล้านบาท มั่นใจสถานการณ์การเศรษฐกิจ-การเมืองคลี่คลาย ดึงความเชื่อมั่น ผู้บริโภคกลับมา โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 รายได้ 1,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 34% กำไรสุทธิ 221 ล้านบาทนายอธิป พีชานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายปีนี้บริษัทมีแผนจะพัฒนาโครงการใหม่เพื่อรองรับการสร้างรายได้ในปี 2551 อีก 7 โครงการ คิดเป็นจำนวนยูนิต 6,178 ยูนิต มูลค่ารวม 10,700 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการไฮไรส์ 4 โครงการ ได้แก่ 1.ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ต 268 ยูนิต มูลค่า 500 ล้านบาท ราคาขาย 0.9-1.5 ล้านบาท 2.ซิตี้โฮม รัชดาฯ-ปิ่นเกล้า 2,033 ยูนิต 2,880 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท 3.ซิตี้โฮม รัชดาฯ-ท่าพระ 1,520 ยูนิต 2,200 ล้านบาท ราคาขายเริ่มที่ 1 ล้านบาท 4.ศุภาลัย พาร์ค เกษตร- นวมินทร์ 1,500 ยูนิต 3,000 ล้านบาท ราคาขายเริ่มที่ 1.5 ล้านบาท
ส่วนโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และบ้านแฝด มี 3 โครงการ ได้แก่ โครงการศุภาลัย วิลล์ วงแหวนรอบนอก-ปิ่นเกล้า-พระรามที่ 5 เนื้อที่ 42 ไร่ 337 ยูนิต มูลค่า 680 ล้านบาท ราคาขาย 1.5-1.9 ล้านบาท 2.ศุภาลัย การ์เด้น วิลล์ วงแหวนรอบนอก-ปิ่นเกล้า-พระรามที่ 5 หลังกระทรวงสาธารณสุข เป็นทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น 400 ยูนิต มูลค่า 1,000 ล้านบาท ราคาขาย 2.5-3 ล้านบาท และ 3.ศุภาลัย วิลล์ ติวานนท์-วงศ์สว่าง 120 ยูนิต มูลค่า 440 ล้านบาท ราคาขาย 2.5-3 ล้านบาท
อีกโครงการที่เราเตรียมจะพัฒนาคือ ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ต ใจกลางเมืองภูเก็ต เนื้อที่ 10 ไร่ เป็นคอนโดฯ 8 ชั้น มีบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ด้วย เพราะมองว่าช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่น ผู้บริโภคน่าจะฟื้นกลับมา
สำหรับผลดำเนินงานครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้รวม 2,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2,265 ล้านบาท มียอดขายจากการพัฒนาโครงการ 2,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,200 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40% ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 43%
โดยไตรมาสที่ 2/2550 มีรายได้รวม 1,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% มียอดขายจากโครงการพัฒนา 1,249 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลงจาก 43% เหลือ 40% สาเหตุมาจากมีภาระด้านภาษีเพิ่มขึ้น ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 221 ล้านบาท หรือ 17% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 170 ล้านบาท
นายอธิปกล่าวว่า บริษัทได้ปรับสัดส่วนการลงทุนในปี 2551 โดยจะพัฒนาโครงการแนวราบเพิ่มเป็น 60% จากเดิม 50% ส่วนโครงการแนวสูงจะไม่โหมพัฒนาเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ปี 2551 รายได้ของบริษัทน่าจะเติบโตตามเป้าที่วางไว้ 10-15%
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
