เค.อี.แลนด์ ทุ่ม 5 พันล้านบาท เดินหน้า ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ แหล่งรวมดีไซน์และศูนย์เฟอร์นิเจอร์-สินค้าตกแต่งบ้านครบวงจรระดับหรู พร้อมโชว์รูมสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ห้องประชุมสัมมนา หวังขยายไลน์เพิ่มรายได้จากค่าเช่า เน้นจับลูกค้ากลุ่มวิศวะ-สถาปนิก-อินทีเรียร์-นิสิตนักศึกษา-ดีเวลอปเปอร์-ผู้รับเหมา ดึง ปูนใหญ่-เอส.บี. เป็นพันธมิตรร่วมปั้น ทุ่มงบฯก้อนโตผุดโชว์รูมสินค้านวัตกรรม ศูนย์เรียนรู้นายกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.อี.แลนด์ จำกัด เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า หลังจากที่โครงการเดอะ คริสตัล ศูนย์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์แบบครบวงจรแห่งแรก บนที่ดิน 17 ไร่จากทั้งหมด 35 ไร่ มูลค่าลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการเช่าที่จะสร้างรายได้ระยะยาว ประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและการรับรู้ของกลุ่มลูกค้าหลัก มีผู้จองเช่าพื้นที่เต็มทั้งโครงการ เร็วๆ นี้บริษัทเตรียมจะเปิดศูนย์เฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในเอเชีย ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโครงการเดอะ คริสตัล ภายใต้ชื่อ ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์
คอนเซ็ปต์โครงการนี้ จะพัฒนาเป็นดีไซน์ เซ็นเตอร์ เป็นวันสต็อปช็อป ศูนย์รวมสินค้าด้านการออกแบบ ตกแต่งบ้าน ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการก่อสร้าง รูปแบบเดียวกับดีไซน์ เซ็นเตอร์ในต่างประเทศ แต่ของเราจะดูมีชีวิตชีวากว่า เพราะมีทั้งพื้นที่โล่งและพื้นที่ในส่วนของตัวอาคาร ขณะที่เมืองนอกศูนย์ต่างๆ เหล่านี้ถูกนำไปจัดแสดงไว้ในตึกสูงๆ เท่านั้น
นายกวีพันธ์กล่าวว่าโครงการ ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 70 ไร่ มูลค่าพัฒนาโครงการรวม 5,000 ล้านบาท จะแบ่งการพัฒนาเป็น 2 เฟส
เฟสแรกพัฒนาบนที่ดิน 35 ไร่ มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 90,000 กว่า ตร.ม. เป็นอาคารสูงจำนวน 9 อาคาร แต่ละอาคารมีเนื้อที่ประมาณ 10,000 ตร.ม. มีพื้นที่ขายรวม 50,000 ตร.ม. พร้อมที่จอดรถ 1,000 คัน ประกอบด้วยโชว์รูม 150-200 ร้านค้า มีสินค้ากว่า 2,000 แบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ มีห้องประชุมสัมมนาขนาดเนื้อที่ 1,500 ตร.ม. สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาได้ไม่ต่ำกว่า 200-300 คน
ตามแผนโครงการนี้จะเปิดดำเนินการได้ประมาณปลายปี 2551 โดยขณะนี้มีพันธมิตร รายใหญ่ที่ตัดสินใจเข้ามาเช่าพื้นที่จำนวนมาก บางส่วนเช่าพื้นที่ร้านค้า บางส่วนเช่าที่ดินระยะยาวแล้วลงทุนก่อสร้างอาคารเอง อย่างการก่อสร้างโชว์รูมของบริษัทในเครือซิเมนต์ไทย (SCG) และเอส.บี. เฟอร์นิเจอร์ เท่าที่ทราบใช้งบฯลงทุนราว 500 ล้านบาท และ 300 ล้านบาทตามลำดับ
ในส่วนของ SCG ทุ่มเงินลงทุนจำนวนมาก เพราะต้องการจะให้ศูนย์นี้ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของสินค้าและบริการด้านวัสดุก่อสร้างที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป
ขณะที่ SB ต้องการให้ที่นี่เป็น flagship store ให้บริการด้านการออกแบบ ตกแต่งแบบครบวงจร รวมทั้งจะเป็นแหล่งโชว์สินค้าคอลเล็กชั่นและ สินค้าพรีเมี่ยมดีไซน์ใหม่ๆ ที่เป็น exclusive โดยเฉพาะ นายกวีพันธ์กล่าวและว่า
ส่วนการพัฒนาในเฟสที่ 2 จะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานให้เช่าบนเนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ เป็น คอนเซ็ปต์ต่อเนื่อง ที่มีแผนจะพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเช่าพื้นที่ของกลุ่มลูกค้าอินทีเรียหรือสถาปนิก ประกอบด้วย ตัวอาคารจะก่อสร้างไม่สูงมากนักจำนวน 4-5 ตึก พื้นที่ 40,000-50,000 ตร.ม. คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายหลังจากที่โครงการในเฟสแรกพัฒนาไปแล้วบางส่วน
ทั้งนี้ เมื่อการพัฒนาโครงการให้เช่าระยะยาวของบริษัทเปิดดำเนินการในอนาคต จะทำให้บริษัทมีรายได้จากค่าเช่าเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการขาย โดยช่วงนั้นรายได้จากโครงการเช่าจะมีประมาณ 35% ที่เหลือ 65% เป็นรายได้ที่มาจากการพัฒนาโครงการเพื่อขาย ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ 2 โครงการ คือโครงการคริสตัล พาร์ค และโครงการแกรนด์ คริสตัล ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างบ้านตัวอย่าง และจะเปิดตัวเป็นทางการเร็วๆ นี้
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
