รายงานแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองตากอากาศจะได้รับผลกระทบจากการผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และมาตรการกันเงินสำรอง 30% ของแบงก์ชาติ จนทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองตากอากาศเกิดการชะลอ เนื่องจากผู้ซื้อกลุ่มชาวต่างชาติทั้งกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และซื้อเพื่อลงทุนเริ่มไม่มั่นใจ และเกรงว่าอาจจะประสบปัญหากฎหมายฉบับดังกล่าวประกาศบังคับใช้
ในฐานะบริษัทพัฒนาที่ดินที่พัฒนาโครงการทั้งในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งในภูมิภาค ไรมอนแลนด์ ได้จัดทำผลวิจัยตลาด คอนโดมิเนียม เมืองตากอากาศ ได้แก่ ภูเก็ต สมุย หัวหิน พัทยา ได้ข้อสรุปว่าสภาพโดยรวมยังมีแนวโน้มที่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในส่วนของตามกฎหมายให้สิทธิ์ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดในคอนโดฯได้ 49%
6 เดือนแรกเปิดตัวใหม่ 665 ยูนิต
ผลวิจัยระบุว่า จำนวนคอนโดฯในภูเก็ต สมุย หัวหิน และพัทยา ที่เปิดตัวใหม่ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2550 มีจำนวน 665 ยูนิต แยกเป็นพัทยา 231 ยูนิต ภูเก็ต 67 ยูนิต หัวหิน 302 ยูนิต และสมุย 65 ยูนิต โครงการที่น่าสนใจมี อาทิ บ้านแสนดาว และบ้านแสนเพลิน (หัวหิน), The Peir (หาดราไว) โดยตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าซัพพลายคอนโดฯที่ออกสู่ตลาดมีแนวโน้มลดลงจากปี 2549 เนื่องจากปี 2549 ทั้งปีมีคอนโดฯเปิดตัวใหม่จำนวน 2,983 ยูนิต แบ่งเป็นช่วงครึ่งปีแรก 1,989 ยูนิต และช่วงครึ่งปีหลัง 944 ยูนิต
สำหรับคอนโดฯที่เปิดตัวในเมืองตากอากาศทั้ง 4 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 30% ของตลาดคอนโดฯระดับไฮเอนด์ที่เปิดตัว (ช่วงครึ่งปีแรก) ทั้งหมดประมาณ 2,000 ยูนิต ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง สะท้อนว่าแม้ช่วงที่ผ่านตลาดอสังหาฯจะได้รับผลกระทบจากความกังวลจาก พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และอัตราค่าแลกเปลี่ยนเงินบาทบ้าง
แต่ด้วยปัจจัยหลักโดยเฉพาะ ราคา คอนโดฯที่ยังถูกกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้การซื้อขายยังมีต่อเนื่อง โดยกลุ่มลูกค้าหลักต่างชาติ ได้แก่ ชาวอังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกัน และสวีเดน ขณะเดียวกันมีกลุ่มลูกค้าใหม่ ได้แก่รัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ และยุโรป เข้ามาซื้อเพิ่มขึ้น
ดีมานด์แซงหน้าซัพพลาย
ในแง่ดีมานด์ช่วง 6 เดือนแรกปี 2550 มีจำนวน 956 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 6.9 พันล้านบาท แยกเป็นหัวหิน 46% (มูลค่า 3.14 พันล้านบาท) พัทยา 28% (มูลค่า 1.97 พันล้านบาท) ภูเก็ต 22% (มูลค่า 1.5 พันล้านบาท) และสมุย 4% (300 ล้านบาท) ถือว่า ดีมานด์ สูงกว่า ซัพพลาย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2547 ส่งผลให้คอนโดฯบางโครงการสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว อาทิ บ้านแสนดาว และบ้านแสนเพลิน ของ บมจ.แสนสิริ โครงการคอนโดฯ Mynokos ของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่มียอดขายแล้วกว่า 90% ซึ่งกำลังซื้อส่วนใหญ่มาจากคนกรุงเทพฯ
ผลที่ตามมาคือปริมาณสต๊อกสะสมหายไปจากตลาดเกือบ 300 ยูนิต ทำให้มีคอนโดฯเหลือขายในปัจจุบันประมาณ 2,200 ยูนิตเศษ จากที่เปิดขายทั้งหมด 7,156 ยูนิต
พัทยา-หัวหิน ราคา/ตร.ม.พุ่ง
ในแง่ของราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร เมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงครึ่งปีหลัง 2549-ครึ่งปีแรก 2550 พบว่าแต่ละโลเกชั่นมีการปรับเพิ่มขึ้นและลดลงแตกต่างกันไป ได้แก่ 1)พัทยา ปรับเพิ่มขึ้นจาก 86,974 บาทต่อตารางเมตร เป็น 89,842 บาทต่อตารางเมตร 2)ภูเก็ต ปรับลดลงจาก 94,523 บาทต่อตารางเมตร เป็น 84,026 บาทต่อตารางเมตร 3)หัวหิน ปรับเพิ่มขึ้นจาก 62,991 บาทต่อตารางเมตร เป็น 85,505 บาทต่อตารางเมตร และสมุย ปรับลดลงจาก 94,500 บาทต่อตารางเมตร เป็น 87,667 บาทต่อตารางเมตร
โดยฝ่ายวิจัย บมจ.ไรมอนแลนด์ คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์การเมืองกลับสู่ภาวะปกติ และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ราคาคอนโดฯในเมืองตากอากาศจะถีบตัวสูงขึ้นได้อีก
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
