เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 1 ปี อภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็จะครบวาระการบริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถึงขณะนี้แม้ยังไม่ได้ตัดสินใจชัดเจนว่าจะอาสาทำงานให้คนกรุงเทพฯต่ออีกสมัยหนึ่งหรือไม่ แต่เมื่อมุ่งมั่นที่จะเดินบนถนนการเมืองเต็มตัว ตั้งแต่วินาทีแรกที่เสนอตัวเป็นทางเลือกให้ชาวบ้านแล้ว จึงต้อง เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ด้วยการใช้เวลาที่เหลืออยู่เร่งสร้างผลงานอย่างหนัก พร้อมประชาสัมพันธ์ถี่ยิบตามสไตล์นักการตลาดนอกจากจะถือฤกษ์วันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา จัดงานใหญ่แถลงข่าวผลงานในวาระครบรอบ 3 ปี ที่นั่งบริหาร กทม. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงแล้ว ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันก็จัดแถลงข่าวโพลแสดงความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ ต่อการบริหารงานของผู้ว่าฯ กทม. ราวกับต้องการจะเช็กเรตติ้งล่วงหน้าว่าผลงานที่ผ่านมาโดนใจมากน้อยเพียงใด
ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าหลังจากหมดวาระแล้วจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัยหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับประชาชน พรรค และขอตัดสินใจอีกครั้ง ขอให้ทำงานครบ 4 ปีเสียก่อน จึงจะให้ คำตอบได้ แต่ยืนยันว่า 1 ปีที่เหลือจะยังมุ่งมั่นทำงานด้วยความทุ่มเทเต็มร้อยเหมือนเดิม ผู้ว่าฯอภิรักษ์กล่าว
พร้อมกับเผยถึงโพลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานตามนโยบาย กทม. ครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2550 ว่า คนกรุงเทพฯ 46.11% มีความพึงพอใจมากกว่า 4 เดือนที่ผ่านมา 42.79% พึงพอใจไม่แตกต่างจาก 4 เดือนที่ผ่านมา 11.10% พึงพอใจน้อยกว่า
แยกความพึงใจตามนโยบายแต่ละด้านได้ดังนี้ 1.นโยบายด้านการจราจร เกี่ยวกับการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า 3.49% 2.นโยบายด้านการศึกษา เกี่ยวกับการขยายโอกาสทางการศึกษา ตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย การลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา โดยให้เรียนฟรีสำหรับนักเรียนขั้นพื้นฐาน 12 ปี พัฒนาหลักสูตรเพื่อคุณภาพของนักเรียนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ 3.48%
3.นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม การเพิ่มพื้นที่ สีเขียว ปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลอง ความสะอาดเรียบร้อยของถนน การแก้ไขปัญหาโลกร้อน 3.46% 4.นโยบายด้านคุณภาพชีวิต การรักษาพยาบาลของบริการสาธารณสุข การเข้าถึงชุมชนเพื่อมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี การป้องกันลดการระบาดของโรค เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดนก เป็นต้น 3.44%
5.นโยบายด้านความปลอดภัย การป้องกันบรรเทาสาธารณภัย การดับเพลิง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ติดตั้งไฟแสงสว่างในถนน ตรอก ซอย 3.39% 6.นโยบายด้านเศรษฐกิจ การส่งเสริมให้มีชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริ การพัฒนาให้ชุมชนพึ่งตนเอง ความสะดวกรวดเร็วในการรับชำระภาษี 3.37% 7.นโยบายด้านสถาปัตยกรรม ผังเมืองและศิลปวัฒนธรรม การสนับสนุนกิจกรรมวัฒนธรรมไทย ฯลฯ 3.34%
เปรียบเทียบความพึงพอใจของคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่ครั้งที่ 1-10 อยู่ที่ 68.49% โดยมีความพึงพอใจเพิ่มขึ้นจากครั้งที่ 9 ที่ 61.25% แต่เมื่อเปรียบเทียบกับครั้งที่ 8 ซึ่งความพึงพอใจอยู่ที่ 69.60 ถือว่าลดลง
โดยคนกรุงเทพฯจะให้ กทม.แก้ไขปัญหาต่างๆ ดังนี้ อันดับ 1.แก้ไขปัญหาจราจรโดยขยายระบบขนส่งมวลชนทั่วกรุงเทพฯ รถไฟฟ้าและรถใต้ดิน 55.83% 2.เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 8.45%
3.ขจัดมลพิษทางเสียงและอากาศ เพิ่มพื้นที่ สีเขียว จัดให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย 7.85%
4.ขุดลอกคูคลอง กำจัดน้ำเสีย 7.44% 5.เพิ่มถังขยะและจุดทิ้งขยะ 7.12% 6.ติดตั้งไฟฟ้าเพิ่มแสงสว่างบนถนน ซอย ตรอก ให้ทั่วถึง 5.62% 7.กำจัดยาเสพย์ติด 3.24% 8.ซ่อมแซมถนนและสะพานลอยควรมีหลังคาทุกแห่ง 1.01% 9.ลดจำนวนขอทานบนสะพานลอย 0.97% 10.ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณสี่แยกต่างๆ 0.61% 11.จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย 0.4% 12.อื่นๆ เช่น สุนัขจรจัด จัดระเบียบรถตู้ รถมอเตอร์ไซค์ วัยรุ่นมั่วสุม 1.46%
สำหรับผลงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่ผมภูมิใจ คือ ด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ที่ได้เน้นเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับปรุงสวนสาธารณะ ทำสวนแนวตั้ง พัฒนาด้านการศึกษา ที่เพิ่มศูนย์เยาวชน เน้นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรง และจัดทำห้องสมุดแนวใหม่
ผลงานที่สำคัญอื่นๆ อาทิ เปลี่ยนแนว ด้านการบริหารจากเดิมที่เน้นด้านกายภาพที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ มาเน้นด้านชีวิตคุณภาพ และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่วนปัญหาการจราจร ที่คนกรุงเทพฯต้องการให้แก้ไขเป็นอันดับแรก ก็ได้สานต่อโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าและโครงการรถเมล์ด่วนบีอาร์ทีที่จะแล้วเสร็จใน ปีหน้า
แม้จะประสบปัญหาอุปสรรคหลายๆ อย่าง คือช่วงแรกมีปัญหาการทำงานกับรัฐบาลต่างขั้ว ทำให้หลายโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ต่อมาก็มีปัญหาเรื่องการถูกตรวจสอบ 16 โครงการฮั้วประมูล โครงการจัดซื้อรถดับเพลิง และสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งเรื่องเหตุการณ์ระเบิดและการทำรัฐประหาร แต่ที่หนักสุดก็เรื่องปัญหาทางการเมือง
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
