การเมืองพ่นพิษ เมโทรสตาร์ฯ รับสภาพหดไซซ์ห้องชุด เมโทร อเวนิว รัชโยธิน เหลือ 25 ตร.ม. เคาะราคารับดีมานด์กลุ่มกำลังซื้อ 1.2 ล้านบาท หลังยอดขายอืด เดินหน้าลุยตั้งพร็อพ เพอร์ตี้ฟันด์ พร้อมดึงพันธมิตรร่วมทุนบิ๊กโปรเจ็กต์ย่านสาทร มีทั้งคอนโดฯ-เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์-ออฟฟิศ-รีเทล มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทนายรัตนชัย ผาตินาวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยในช่วงที่ผ่านมาทำให้ยอดขายห้องชุดในโครงการเมโทร อเวนิว รัชโยธิน เฟส 1 ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32-65 ตร.ม. จำนวน 300 ยูนิต จากทั้งหมด 4 เฟส 1,500 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ที่เปิดขายเมื่อไตรมาสที่ 1/2550 ทำยอดขายได้เพียง 50% ของเฟสแรกเท่านั้น ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
ในปี 2551 บริษัทจะปรับเปลี่ยนแผนการทำตลาดโครงการดังกล่าวใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง โดยจะปรับขนาดพื้นที่ใช้สอยให้เล็กลงมาอยู่ที่ 25 ตร.ม./ยูนิต ซึ่งจะทำให้ราคาขายลดลงมาอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท/ยูนิต จากเดิมห้องชุดขนาด 34 ตร.ม./ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.47 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเฟส 2 ที่จะเปิดขายในปี 2551 เป็นต้นไป
โครงการนี้อยู่ในแนวเส้นทางส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต-สะพานใหม่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลงมือก่อสร้างได้เมื่อไร ทำให้ผู้บริโภคชะลอบางส่วนการตัดสินใจซื้อออกไปไม่มีกำหนด ทั้งๆ ที่ก่อนจะเปิดขายเราเช็กข้อมูลแล้วว่าโครงการรถไฟฟ้าเกิดแน่นอน แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ทำให้กระทบต่อยอดขายด้วย นายรัตนชัยกล่าว และว่า
สำหรับประมาณการรายได้ในปี 2551 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4,150 ล้านบาท และรับรู้จริง 2,800 ล้านบาท มาจากโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับพรีเมี่ยม ที่มอบหมายให้ Marriott International เป็นผู้บริหาร ซึ่งบริษัทกำลังเตรียมจะขายเข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ มูลค่ากองทุนประมาณ 2,300 ล้านบาท โดยได้มอบให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการกองทุน คาดว่าจะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ขายหน่วยลงทุนได้ประมาณเดือนมีนาคม 2551 ซึ่งหลังจากขายเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เข้ากองทุนจะทำให้บริษัทมีกำไรไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
ส่วนการลงทุนในโครงการใหม่ในปีหน้า บริษัทตั้งเป้าซื้อที่ดินเพื่อนำมาพัฒนา 2-3 แปลง มูลค่าโครงการละ 1,000 ล้านบาท จะไม่ลงทุนมากกว่านี้ เพราะคาดว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดีขึ้นจะทรงตัวเหมือนกับปีนี้
นายรัตนชัยกล่าวต่อว่า ด้านความคืบหน้าโครงการเมโทร สาทร ทาวเวอร์ ถนนสาทร ซึ่งประกอบด้วยคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ต เมนต์ ออฟฟิศให้เช่า และรีเทล มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับทุนต่างชาติ 2 ราย จากยุโรปและเอเชียที่ให้ความสนใจเข้ามาร่วมทุน เบื้องต้นจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาเพื่อดำเนินการ โดยบริษัทจะถือหุ้น 60% อีก 40% ถือหุ้นโดยพันธมิตรต่างชาติ
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
