สกู๊ปผลพวงจากปัจจัยลบที่รุมเร้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ฉุดกำลังซื้อในตลาดบ้าน ลดลงอย่างมาก ทำให้ดีเวลอปเปอร์แทบทุกรายต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการและกลยุทธ์การตลาดใหม่แบบยกกระบิ ส่วนใหญ่หันไปมุ่งเน้นพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดฯไซซ์คอมแพ็กต์ ราคาไม่แพงมากเพื่อให้สอดคล้องกับอำนาจซื้อของผู้บริโภค เป้าหมายก็เพื่อรักษายอดขายและประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้ในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญมรสุมรอบด้าน
แต่สถานการณ์ที่ไม่ค่อยเอื้อให้กับธุรกิจอสังหาฯจนทำให้ระดับบิ๊กๆ หลายๆ รายต้องกัดฟันกล้ำกลืนกับตัวเลขยอดขายที่ลดลง กลับเข้าทาง พฤกษา เรียลเอสเตท บริษัทพัฒนาที่ดินที่แจ้งเกิดจากตลาดบ้านระดับล่าง ก่อนจะขึ้นชั้นเป็นมืออาชีพและยกระดับองค์กรสู่สากลเป็นบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปลายปี 2548 อย่างจัง
ไม่แปลกที่เจ้าตลาดบ้านระดับกลาง-ล่างรายนี้ เป็นหนึ่งในดีเวลอปเปอร์แค่ไม่กี่รายที่สามารถ ผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้นได้แบบสวนกระแส ขณะที่รายได้ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
ผลพวงจากการขยายฐานการตลาดทั้งโครงการแนวราบที่มีความชำนาญอยู่แล้ว และโครงการแนวสูงที่พฤกษาฯเบนเข็มไปแชร์เค้กตามกระแสตลาด
พร้อมๆ กับปฏิวัติตัวองค์กรและการบริหารจัดการใหม่ ด้วยการรีแบรนดิ้งปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายฐานลงทุนและขยายพอร์ตตัวโปรดักต์ให้หลากหลาย และครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเซ็กเมนต์
เห็นได้จากในรอบปีที่ผ่านมา พฤกษาฯเดินเกมรุกเจาะตลาดคอนโดฯในเมืองแบบกระจายทำเลมากขึ้น โดยแตกโปรดักต์เพิ่มขึ้นภายใต้แบรนด์ เดอะ ซีด, เดอะ ทรี และไอวี่ รวมทั้ง
The Plant ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ที่จะเปิดตัวไตรมาสแรกปีนี้
รวมแล้วเวลานี้พฤกษาฯมีแบรนด์บ้านและ คอนโดฯรวมทั้งสิ้น 10 แบรนด์ ได้แก่ ภัสสร เดอะ แพลนท์ พฤกษาวิลเลจ เดอะ คอนเน็ก พฤกษาวิลล์ บ้านพฤกษา ไอวี่ เดอะซี้ด ซิตี้ วิลล์ และเดอะ ทรี
กระจายการพัฒนาครอบคลุมทุกทำเล ได้แก่ โซนเหนือ แถบปทุมธานี รังสิต ลำลูกกา โซนตะวันตก แถบนนทบุรี บางใหญ่ บางบัวทอง นครปฐม พุทธมณฑล โซนตะวันออก แถบสนามบินสุวรรณภูมิ สุวินทวงศ์ บางปู บางนา-ตราด โซนในเมือง เช่น ดอนเมือง งามวงศ์วาน วิภาวดีรังสิต รัชดาภิเษก รามอินทรา วัชรพล โซนใต้ แถบบางขุนเทียน ประชาอุทิศ เพชรเกษม และย่านใจกลางธุรกิจ ในทำเลใกล้แนวเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าบีทีเอส
เป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจอสังหาฯไม่กี่รายที่บริหารจัดการงานก่อสร้างด้วยตัวเอง โดยจะแบ่งงานออกเป็นส่วนๆ เช่น งานฐานราก งานปูน งานติดตั้งชิ้นส่วนอาคาร งานปูพื้นกระเบื้อง และงานหลังคา เป็นต้น ทำให้สามารถบริหารต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการโดยอาศัยเทคโนโลยีการก่อสร้างบ้านด้วยระบบโครงสร้างผนังรับน้ำหนักแบบหล่อในที่ด้วยเทคโนโลยีแบบอุโมงค์ (tunnel technology) จากประเทศฝรั่งเศสมาใช้ สำหรับการก่อสร้างทาวน์เฮาส์ และเทคโนโลยีการก่อสร้างแบบผนังสำเร็จรูปรับน้ำหนัก (RC load bearing wall prefabrication) จากเยอรมนี ซึ่งเป็นผลผลิตจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป (precast concrete factory) สำหรับการก่อสร้างบ้านเดี่ยว และบ้านทาวน์เฮาส์บางประเภท ทำให้สามารถตั้งราคาขายบ้านได้ต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น
ปี 2550 ที่ผ่านมา พฤกษาฯสามารถกวาด ยอดขายและสร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ โดยมียอดขายกว่า 13,646 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 9,054 ล้านบาท โดยมีโครงการทาวน์เฮาส์เป็น หัวหอกหลัก สร้างรายได้มากถึง 5,149 ล้านบาท คิดเป็น 57% ของรายได้รวมทั้งหมด รองลงไปเป็นรายได้จากโครงการบ้านเดี่ยว 3,862 ล้านบาท หรือ 43% ส่วนรายได้จากคอนโดฯมี 43 ล้านบาท เนื่องจากโครงการคอนโดฯส่วนใหญ่เพิ่งจะเปิดขาย
สำหรับปี 2551 business plan ของพฤกษาฯยังยึดโมเดลธุรกิจในลักษณะเดียวกับปีที่ผ่านมา แต่จะต่อยอดให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นด้วยการตั้งเป้ากินรวบตลาด โดยเน้นพัฒนาที่อยู่อาศัยในทุกทำเลและทุกเซ็กเมนต์
ขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าการเติบโตด้านยอดขายไว้สูงถึง 47% แตะ 20,000 ล้านบาท ส่วนยอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 14,000 ล้านบาท แซงหน้าบริษัทอสังหาฯยักษ์ใหญ่อย่างค่ายแสนสิริ ควอลิตี้เฮ้าส์ ที่คั่วตำแหน่งเบอร์ 2 เบอร์ 3 มียอดรับรู้รายได้ระดับ 11,000-12,000 ล้านบาท อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง
ในส่วนของยอดขายแยกเป็นทาวน์เฮาส์ 8,590 ล้านบาท หรือ 43% บ้านเดี่ยว 6,271 ล้านบาท หรือ 31% และคอนโดฯ 5,139 ล้านบาท หรือ 26% ขณะที่ยอดรับรู้รายได้จะมาจากทาวน์เฮาส์ 7,380 ล้านบาท หรือ 53% บ้านเดี่ยว 5,561 ล้านบาท หรือ 40% และคอนโดฯ 1,058 ล้านบาท หรือ 7% ของยอดรับรู้รายได้ทั้งหมด
ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยวิชั่นที่ตั้งธงเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาฯที่มีรายได้สูงสุดของประเทศไทยในปี 2553 ทำให้พฤกษาฯต้องมองไกลไปกว่าที่หลายคนคาดคิด 3 ปีจากนี้ไปพฤกษาฯจะก้าวไปอีกขั้นตามแผนที่วางเอาไว้ล่วงหน้า
ด้วยอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด จะทำให้เรากลายเป็นผู้นำด้านที่อยู่อาศัยในปี 2553 ภายใต้กลยุทธ์ยึดลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง บริหารงานด้วยซัพพลายเชน และขายบ้านในราคาที่ลูกค้าซื้อได้ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) (PS) ฉายภาพพร้อมย้ำว่า
สาเหตุที่ทำให้พฤกษาฯมั่นใจกับเป้ายอดขายในปีนี้ ว่าจะแตะระดับ 20,000 ล้านบาท มาจากยอดแบ็กล็อกในมือที่รอรับรู้รายได้ในปี 2551 กว่า 5,252 ล้านบาท และมีสินค้ารอขายในมืออีก 11,100 ล้านบาท
เมื่อขยายแผนลงทุนก็จำเป็นต้องหาซื้อที่ดิน รองรับการพัฒนาโครงการควบคู่กันไปด้วย ปีนี้พฤกษาฯเตรียมเม็ดเงินสำหรับใช้ซื้อที่ดินรอรับการพัฒนาโครงการมากถึง 2,800 ล้านบาท มากกว่าดีเวลอปเปอร์รายอื่นหลายเท่าตัว
ส่วนการลงทุนโครงการใหม่ๆ ปีนี้ พฤกษาฯมีแผนที่จะเปิดลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ไม่ต่ำกว่า 40 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการไม่รวมค่าที่ดินประมาณ 8,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 โครงการ เมื่อเทียบกับปี 2550 ในจำนวนนี้แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 21 โครงการ บ้านเดี่ยว 11 โครงการ และคอนโดฯอีก 8 โครงการ
นอกจากการลงทุนพัฒนาโครงการในประเทศแล้ว พฤกษาฯวางหมากเข้าไปกวาดยอดขายในตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม และ อินเดีย อีกด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจตลาดและประเมินคู่แข่ง คาดว่าประมาณกลาง ปีจะมีความชัดเจน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ส่ง ทีมงานไปสำรวจตลาดและจัดเก็บข้อมูลหลาย
รอบแล้ว
ในการขยายฐานเข้าไปเจาะตลาดที่อยู่อาศัยในเวียดนามและอินเดีย เบื้องต้น ทองมา ตั้งเป้าว่าจะสร้างกำไรให้กับพฤกษาฯประมาณ 15-20% ใกล้เคียงกับการลงทุนในประเทศไทย และถือเป็นการมองหาโอกาสและตลาดใหม่ๆ สำหรับผู้ประกอบการ
เนื่องจากมีการประเมินว่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลอีก 10 ปีข้างหน้า ตัวเลขความต้องการจะอยู่ที่ระดับ 5-6 หมื่นยูนิต/ปีเท่านั้น ต่างไปจากตลาดอินเดียที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยประมาณ 40 ล้านหน่วย/ปี ขณะที่เวียดนามมีความต้องการ 1 ใน 3 ของประชากร ทั้งประเทศ
และนี่เป็นคำตอบว่านอกจากในประเทศไทยแล้ว เพราะเหตุใดพฤกษาฯจึงต้องมองไกลไปถึงตลาดที่อยู่อาศัยในเวียดนามและอินเดียด้วย
แม้การก้าวไปสู่ฝั่งฝันจะยังอีกยาวไกลก็ตาม แต่จังหวะและโอกาสของใครมาก่อนก็ย่อมจะได้เปรียบ
ถือเป็นการขยับรุกทุกด้านเพื่อให้ถึงเส้นชัยเป้าหมายเบอร์ 1 ในวงการอสังหาฯเมืองไทย ที่แม้แต่แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แชมป์ตลาดบ้านในเวลานี้ ยังอดร้อนๆ หนาวๆ ไม่ได้
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
