คอลัมน์ DECORATEความสุนทรีอันลี้ลับของส่วนสัดรูปร่างมนุษย์และสรรพสิ่งที่ธรรมชาติได้บรรจงมอบไว้ให้เป็นแบบอย่างเปรียบเทียบในการออกแบบ ที่คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ นอกเหนือไปจากความงามสมดุลที่เปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัยของเวลานักปรัชญาชาวตะวันตกในยุคโรแมนติก ต่อจากนีโอคลาสสิกในคริสต์ศตวรรษที่ 16-18 ได้อธิบายถึงคุณค่าความงามในมิติที่ต่างกัน ซึ่ง รศ.เอกชาติ จันอุไรรัตน์ ถ่ายทอดไว้ใน PS Magazine ของ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ดังนี้
BEAUTY หมายถึง ความสวยงามทั่วไปที่ครอบคลุมถึงสรรพสิ่งที่มองเห็นจับต้องได้และไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง สีสัน ผิวสัมผัสของวัตถุสิ่งของ หรือแม้กระทั่งลักษณะนิสัยใจคอ
PICTURESQUE เป็นความงามอันไร้ซึ่งระเบียบ ซึ่งเกิดขึ้นเองและมักเป็นไปเองโดยธรรมชาติ ปราศจากการประดิดประดอย เปรียบได้กับ ความงามที่ไม่สมบูรณ์แบบ เช่น ทัศนียภาพของทิวเขาที่ลดหลั่นซ้อนกันเป็นชั้นๆ โขดหินในลำธาร หรือพระอาทิตย์กำลังตกดิน
SUBLIME คือ ความงามอันน่าเกรงขามและเวิ้งว้าง น่าสะพรึงกลัว ก่อเกิดความรู้สึกตื่นเต้นระทึกใจหรืออารมณ์ที่ท้าทาย ได้แก่ ภาพของภูเขาไฟระเบิดหรือเกลียวพายุที่กำลังพัดโหมกระหน่ำ
ความงามมิได้จำกัดเฉพาะแต่ที่ธรรมชาติให้มาเท่านั้น มนุษย์ได้มาเป็นแรงบันดาลใจและแนวคิดในการสร้างสรรค์สู่งานออกแบบหลายสาขาในแต่ละยุคสมัย ช่วงเวลาขณะที่โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคอิเล็กทรอนิกส์กับอัตราการเร่ง แข่งขันทางเศรษฐกิจเสรีที่กำลังกระโดดเล่นอยู่บนระลอกคลื่นวิกฤตการเมืองไทย หลายคนอาจลืมไปว่าความสุนทรีย์ที่ดำรงอยู่ตามธรรมชาติที่สอดแทรกอยู่ทุกลมหายใจในชีวิตประจำวัน ล้วนมีความสัมพันธ์ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจที่มิอาจแยกออกจากกันได้
ขณะเดียวกันรสนิยมความงามก็มิอาจมองข้ามและเมื่อพื้นที่อยู่อาศัยค่อยๆ เล็กลงทุกวัน แต่ความต้องการประโยชน์ใช้สอยกลับมากขึ้น การออกแบบจัดวางพื้นที่ภายในให้กระชับสอดคล้องไปกับตัวบ้านจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งความงามกับประโยชน์ใช้สอยต้องเดินควบคู่ เป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างแนบเนียน
เทรนด์ปัจจุบัน การที่กระแสการตกแต่งภายในได้ก้าวเข้าสู่ยุค สไตล์ตามใจฉัน มากกว่าการแคร์ภาพลักษณ์จากสังคมภายนอกเหมือนเช่นแต่ก่อน โดยมีสไตล์การตกแต่งให้เลือกสอดคล้องกับลักษณะนิสัยใจคอของแต่ละคน ทั้งรสนิยมแบบคลาสสิก โมเดิร์น ร่วมสมัย ย้อนยุค ฯลฯ ที่สามารถผสมผสานข้ามสไตล์ได้ไม่จำกัด โดยเน้นที่ความแปลกใหม่ของไอเดียของแต่ละสถานที่ และความพึงพอใจของเจ้าของ ทำให้ไม่ต้องลำบากใจในการตัดสินใจเลือกนาน แต่จะพิจารณาถึงการสลับสับเปลี่ยนการใช้สอยและเคลื่อนย้ายได้สะดวก และการสร้างความแปลกใหม่ได้เรื่อยๆ ตามเทรนด์ โดยไม่ซ้ำซากจำเจ
สร้างความรู้สึกอบอุ่น การวางแปลนพื้นที่ภายในแบบสวมกอด หรือโอบล้อมแบบรูปตัว U หรือ O เพื่อสร้างความอบอุ่นเป็นกันเองมากกว่ากระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ น่าจะเข้ากับเทรนด์ยุคนี้ที่สุด ซึ่งในภาษามัณฑนากรเรียกว่า Encloses space นอกจากได้สอดส่องตรวจตราได้อย่างสะดวกไม่ไกลหูไกลตาแล้ว แนวคิดดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ความรู้สึกปกป้องปลอดภัยแล้วยังให้ความรู้สึกเป็นครอบครัวได้อย่างดี ที่สำคัญอย่าลืมใช้แสงธรรมชาติให้สาดส่องเข้ามาได้บ้างไม่ว่าจะเป็นเช้าหรือบ่ายแก่ๆ ช่วยสร้างให้ห้องหรือบริเวณดูมีชีวิตชีวาขึ้น
หลบหลีกความวุ่นวาย การสร้างโลกส่วนตัวภายในบ้านนับว่าเป็นทางออกสำหรับการอยู่อาศัยได้ยั่งยืน การตัดสิ่งรบกวนจิตใจและร่างกายจากโลกภายนอกที่ติดตัวมาพร้อมกับมลพิษ การสร้างมุมกิจกรรมส่วนตัวและครอบครัวติดกับสวนข้างบ้านหรือหลังบ้านจัดให้มีชุดโต๊ะทำงาน หรือเก้าอี้พักผ่อนสบายคลายร้อน นอนอ่านหนังสือ ฟังเพลง ฯลฯ
เปิดใช้เฉพาะส่วนที่จำเป็น แนวคิดการเปิดโล่งพื้นที่ทั้งหมดในการจัดสรรตกแต่งภายในดูเหมือนจะกลายเป็นความรกรุงรัง ที่ขัดกับลักษณะนิสัยของคนไทยที่ชอบวางอะไรไม่เป็นที่เป็นทางนัก จนกลายเป็นที่รกร้าง หยากไย่และใยแมงมุมไม่วันใดก็วันหนึ่ง
แม้จะเป็นการจัดวางแบบสมัยใหม่จะขยายพื้นที่ให้กว้างและได้รับความนิยมอยู่ก็ตาม แต่การเปิดกว้างถึงกันทั้งหมดแบบการจัดโต๊ะในที่ทำงานที่วางเรียงเป็นตับแบบตะวันตกก็ขาดความเป็นบ้านออกไปไม่น้อย ทางที่ดีควรมีการปรับเปลี่ยนยืดขยายพื้นที่เชื่อมต่อปิดกั้นตามการต้องการด้วยบานเลื่อน บานเฟี้ยม หรือบานหมุนแทนการกั้นห้องปิดตายก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้ดี
หน้า 13
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
