สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2550 ที่ผ่านมา ถือได้ว่ายังอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2549 โดยที่อยู่อาศัยในเซ็กเตอร์บ้านเดียวระดับราคาแพงค่อนข้างจะซบเซาเมื่อเทียบกับเซ็กเตอร์อื่นๆ ขณะที่สินค้า ดาวรุ่ง และมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด คือ คอนโดมิเนียม ราคา 1 ล้านต้นๆ ในทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าว่ากันว่า...ตัวเลขคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ในปีนี้น่าจะมีแนวโน้มที่จะขยายเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีโครงการคอนโดฯ เปิดตัวใหม่จำนวนมาก จนทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดปัญหาโอเวอร์ซัพพลายในบางทำเล
ในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในรอบปีที่ผ่านมาโดยรวมแล้วยังอยู่ในภาวะทรงๆ ตัวเช่นเดียวกัน หลังจากอัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีก่อน
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้รวบรวมสถิติข้อมูลอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปลอยตัว MRR, MLR และอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร หรือ RP ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แบบรายเดือน ตั้งแต่ปี 2548-2550 ของ 6 สถาบันการเงินใหญ่ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์
พร้อมกับจัดเก็บข้อมูลในช่วงที่ ธปท.ได้เปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RIP) จากการใช้อัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร 14 วัน เป็น 1 วัน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2550 พบว่าตัวเลขดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไป MLR MRR และ RIP เริ่มเข้าสู่ภาวะขาขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2548 เป็นต้นมา
จากนั้นมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2549 จึงเริ่มนิ่งและอยู่ในระดับทรงมาระยะหนึ่ง จนถึงปลายเดือนธันวาคม 2549 ทิศทางดอกเบี้ยทั้ง 3 แบบก็เริ่มเข้าสู่ภาวะช่วงขาลงอีกครั้งในช่วงปลายปี 2549 เรื่อยมาถึงกลางปี 2550 ก่อนที่ครึ่งปีหลังอัตราดอกเบี้ยจะเข้าสู่ระดับที่ทรงตัวไปจนถึงสิ้นปี
โดยอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปเฉลี่ย 6 ธนาคาร ได้ปรับขึ้นจากเดือนมกราคม 2549 ที่อยู่ที่ 6.67% เป็น 7.17%, 7.46% 7.54% และ 7.71% ในเดือนมีนาคม, เดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม 2549 ตามลำดับ และทรงตัวอยู่ที่ 7.71% จนถึงสิ้นปี
ขณะที่อัตราดอกเบี้ย MLR เฉลี่ย 6 ธนาคาร ได้รับขึ้นจากเดือนมกราคม 2549 ที่ 6.92% เป็น 7.33%, 7.58% และ 7.75% ในเดือนมีนาคม, เดือนเมษายน และเดือนกรกฎาคมตามลำดับ จากนั้นอยู่ในระดับทรงตัวจนถึงสิ้นปี
ส่วนอัตราดอกเบี้ย MRR เฉลี่ย 6 ธนาคาร ได้รับลดลงจาก 8.13% ในเดือนมกราคม เป็น 7.96%,7.75%,7.54% และ 7.43% ในเดือนมีนาคม, เมษายน,พฤษภาคม และกรกฎาคม แล้วอยู่ในระดับทรงตัวจนถึงสิ้นปี
ส่วนอัตราดอกเบี้ย MRR เฉลี่ย 6 ธนาคาร ปรับขึ้นจาก 7.33 % ในเดือนมกราคม เป็น 7.67% 7.96 % 8.00% และ 8.17% ในเดือนมีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม และสิงหาคมตามลำดับ แล้วอยู่ในระดับทรงตัวไปจนถึงสิ้นปี
ส่วนปี 2550 ที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปเฉลี่ย 6 ธนาคาร ได้รับลดลงจาก 7.67% ในเดือนมกราคม เป็น 7.50%,7.25%,7.08% และ 7.10% ในเดือนมีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม และกรกฎาคมตามลำดับ จากนั้นอยู่ในระดับทรงตัวจนถึงสิ้นปี
อัตราดอกเบี้ย MLR เฉลี่ย 6 ธนาคาร ปรับตัวลดลงจาก 7.71% ในเดือนมกราคม เป็น 7.54%, 7.29%, 7.13% และ 7.02% ในเดือนมีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม และกรกฎาคมตามลำดับ จากนั้นทรงตัวจนถึงสิ้นปี
สำหรับปีนี้ แบงเกอร์ หลายรายต่างประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยไทยมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 0.25- 0.50%
ขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บอกกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ปีนี้แม้โดยรวมทิศทางอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะอยู่ในระดับที่ทรงตัว แต่ช่วงตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไปมีแนวโน้มว่าจะขยับสูงขึ้นอีก ซึ่งเป็นการปรับตัวตามกลไก ตลาดเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศว่าจะมีแนวนโยบายออกมาอย่างไร โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคาดว่า จะเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นภายในเดือนสองเดือนนี้
ทั้งหมดนี้น่าจะช่วยชี้ให้เห็นถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้ได้เป็นอย่างดีว่า แม้จะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงกลางปี แต่คงไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากจนส่งผลกระทบกำลังซื้อในตลาดบ้าน
ถือเป็นข่าวดีที่น่าจะทำให้ทั้งผู้ประกอบการและคนซื้อบ้านใจชื้นขึ้นได้บ้าง
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
