เป็นไปตามคาดและเหมือนทุกปีที่บิ๊กแบรนด์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทำรายได้แบบนำโด่ง แถมครองแชมป์สามารถสร้างผลกำไรสูงสุดในบรรดาบริษัทพัฒนาที่ดินทั้งหมด โดยอาศัย การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และกลยุทธ์การตลาดสู้ศึกกำลังซื้ออืด ในปีที่ผ่านมาที่สัมฤทธิผลเป็นอย่างดี จนสามารถดันยอดขายให้เข้าเป้าแบบลอยลำ เพราะชื่อชั้นและฝีมือเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคอยู่แล้ว ต่างจากผู้ประกอบการอีกหลายค่ายที่เหนื่อยหนักงานแถลงผลประกอบการปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นพร สุนทรจิตต์เจริญ และ อดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ จึงค่อนข้างชื่นมื่น โดย 2 ขุนพลตอบทุกคำถามด้วยสีหน้าไม่เคร่งเครียดเหมือนปีที่ผ่านมา
ผลดำเนินงานปี 2550 ที่ผ่านมา แลนด์ฯมียอดรับรู้รวม 19,837 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2549 ประมาณ 4.9% มีกำไรสุทธิ 3,158.9 ล้านบาท ขณะที่ปี 2549 มีกำไรสุทธิ 3,247.3 ล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.51 ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ระดับ 0.56 เนื่องจากได้มีการลดความเสี่ยงในหนี้ระยะสั้นลง หันไปเพิ่มสัดส่วนหนี้เงินกู้ระยะยาวมากขึ้น
กำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนโดยรวมที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายบ้านได้ เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงของตลาด แต่เชื่อว่าในปีนี้กำไรขั้นต้นน่าจะกลับมาอยู่ที่เดิมที่ 31% หลังจากที่ปี 2550 ซัพพลายบ้านเดี่ยวเริ่มลดลง 30%
เป้าหมายเติบโตในปี 2551 แลนด์ฯ มองข้ามชอตว่าหลังจากที่โครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐเริ่มเดินหน้าจะทำให้ความต้องการในตลาดบ้านแนวราบ ซึ่งเป็นตลาดหลักของแลนด์ฯ ขยายตัวมากขึ้น
ปีนี้บิ๊กอสังหาฯรายนี้จึงแพลนเปิดตัวโครงการใหม่ 14 โครงการ สำหรับโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ ประกอบด้วย พฤกษ์ลดา ประชาอุทิศ, บ้านใหม่ เทพารักษ์, มัณฑนา บางนา, บ้านใหม่ พระราม 9-วงแหวน, นันทวัน ขอนแก่น, มัณฑนา เทพารักษ์, เดอะ แลนด์มาร์ค รัชดา-ลาดพร้าว, มัณฑนา แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์, บ้านใหม่ พระราม 2, ชัยพฤกษ์ วงแหวน-รามอินทรา, บ้านใหม่ รามอินทรา, เดอะ แบงคอก สาทร-ตากสิน, เดอะ รูม สุขุมวิท 64 และมัณฑนา วงแหวน-อ่อนนุช
รวมกับโครงการเก่าที่ยกยอดมาเปิดขายในปีนี้ โดยมีจำนวนหน่วยรวม 4,456 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 13.7%
โฟกัสสินค้าแต่ละประเภทปีนี้แลนด์ฯ มีบ้านเดี่ยว 84.8% จำนวน 3,681 ยูนิต มูลค่า 17,833 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 6.5% มีจำนวน 456 ยูนิต มูลค่า 1,831 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 8.7% จำนวน 319 ยูนิต มูลค่า 1,356 ล้านบาท
ปีนี้บริษัทเตรียมงบประมาณซื้อที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาไปถึงปี 2552 อีกกว่า 4,000 ล้านบาท โดยทำเลที่สนใจอยู่ในแนวพื้นที่ที่เป็นส่วนต่อขยายของ รถไฟฟ้าใหม่ที่จะเกิดขึ้น อดิศร แจงรายละเอียด
ที่น่าจับตามองคือในปีนี้แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เตรียมลอนช์ทาวน์เฮาส์แบรนด์ใหม่แกะกล่องออกมาอวดโฉม เพื่อทดสอบกำลังซื้อของตลาด โดยประเดิมก่อน 2 ทำเล ได้แก่ โครงการบ้านใหม่ เทพารักษ์ ราคาขายเฉลี่ย 3.2 ล้านบาท และโครงการเดอะ แลนด์ มาร์ค รัชดา-ลาดพร้าว ราคาขายเริ่มต้นที่ 17.9 ล้านบาท ภายในเดือนมกราคม และประมาณกันยายนอีกโครงการหนึ่ง
หน้า 10
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
