คอลัมน์ Home Builder Interviewในแวดวงธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นที่รู้กันว่าหลายบริษัทเติบโตมาแบบ โลว์โปรไฟล์
เช่นเดียวกับ เดอะโมเดอร์นกรุ๊ป เรียล พร็อพเพอทิ หนึ่งในบริษัทรับสร้างบ้าน ที่ปักธงเปิดสาขาบนถนนแจ้งวัฒนะเป็นรายแรกๆ มานานแล้ว แต่เป็นความโลว์โปรไฟล์ที่ซ่อนไว้ซึ่งวิธีคิด และชั้นเชิงการบริหารองค์กรที่ไม่เป็นสองรองใคร
ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเมื่อในภาวะเศรษฐกิจคลุกฝุ่น สมพงษ์ กิติมหาคุณ กรรมการ ผู้จัดการ เดอะโมเดอร์นกรุ๊ปฯ ที่อยู่ในตลาดรับสร้างบ้านมากว่า 18 ปี ยังคงตั้งเป้ายอดขายเติบโตเกือบ 20% จากปีก่อน อะไรที่ทำให้เขามั่นใจเช่นนั้น
สถานการณ์ตอนนี้คือต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ลูกค้าลดลง ทำให้การ แข่งขันสูงขึ้น ดังนั้นคนที่รู้ลึกถึงรายละเอียดธุรกิจ รู้จริงในวิชาชีพรับสร้างบ้านก็จะมีลูกค้ามาเคาะประตูเอง สมพงษ์ บอกกับ ประชาชาติธุรกิจ
สำหรับปีนี้ สมพงษ์ วางเป้ารายได้รวม 400 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนเกือบ 20% แยกเป็นเดอะโมเดอร์นกรุ๊ป 320 ล้านบาท และ ทรอปิคอลซีรีส์เฮาส์ บริษัทน้องใหม่ในเครือที่เพิ่งเปิดตัว เมื่อปลายปีที่ผ่านมาอีก 80 ล้านบาท
เขาบอกว่าหัวใจสำคัญที่ทำให้โมเดอร์น กรุ๊ปกล้าขยายงานในช่วงนี้คือ บุคลากร แม้การสร้างคนพันธุ์ เดอะโมเดอร์น กรุ๊ปฯ จะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลาบ่มเพาะประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ รวมทั้งจริยธรรมและคุณธรรมซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้องค์กรนี้ก้าวมาถึงวันนี้ได้
นอกจากอาศัยการสะสมเมล็ดพันธุ์แล้ว ยังต้องให้โอกาสบุคลากรที่เลือกสรรมาแล้วได้เติบโตไปพร้อมๆ กันด้วย
เพราะเขามองว่าคนคนเดียวไม่สามารถเก่งได้ อย่างโมเดอร์นกรุ๊ปใช้วิธีมอบหุ้นบริษัทให้จำนวนหนึ่งเหมือนเป็นการซื้อใจ
เป็นเพราะธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นงาน แฮนด์เมด ถ้าโตเต็มที่ก็ต้องแตกบริษัท เหตุผลคือถ้าต้องสร้างบ้านจำนวนมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมคุณภาพบ้านหลัง ที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดให้มีความแตกต่างกัน ไม่เกิน 10% ได้
เหมือนเรือที่มีผู้โดยสารอยู่เต็ม ก็ต้องสร้างเรือลำใหม่มารองรับ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันในด้านคุณภาพกันเอง
อย่างไรก็ตาม สมพงษ์ มองว่า ในภาวะที่ธุรกิจมีความเสี่ยงจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ผกผัน โดยเฉพาะราคาเหล็ก ที่ปรับขึ้นจาก 22-23 บาทต่อกิโลกรัม ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็น 32-33 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน บวกกับราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ แคชโฟลว์ (กระแสเงินสด) จึงเป็นอีก คีย์สำคัญในการฝ่าด่านธุรกิจ
ปีนี้ใครที่มีปัญหาเรื่องแคชโฟลว์จะลำบาก ถ้าไม่แข็งแรงจริงๆ จะอยู่ไม่ได้ เพราะนอกจากเหล็กเส้นผมประเมินว่า ปูนซีเมนต์และสุขภัณฑ์น่าจะปรับขึ้น ราคาอีก
ดังนั้น สิ่งสำคัญในการควบคุมแคชโฟลว์มี 3 ข้อคือ 1) ต้องไม่รับงาน เกินกำลัง 2) ไม่ขยายงานเกินตัว และ 3) ต้องมีวิสัยทัศน์ในการบริหารต้นทุน นอกจากวิธีบริหารในแง่การก่อสร้างต้องดำเนินการก่อสร้างบ้านให้รวดเร็วเพื่อเซฟตี้ต้นทุน
เพราะในช่วงวิกฤตถ้าส่งมอบบ้านให้ลูกค้าได้ตรงต่อเวลา และมีคุณภาพดีเป็นที่น่าพอใจ ก็จะเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปากเอง อย่างเร็วๆ นี้โมเดอร์นกรุ๊ป เพิ่งได้ลูกค้าบอกต่อมาหลายหลัง
แคชโฟลว์และทีมงาน 2 อย่างนี้สำคัญ ขณะเดียวกันผู้บริหารเองต้องมีใจรักในอาชีพนี้ด้วย คือพร้อมที่จะล้มแล้วลุกแม้จะเจออุปสรรค
ส่วนในเชิงภาพรวมเศรษฐกิจเขาบอกว่าอยากเห็นการเมืองเดินไปข้างตามครรลอง และอยากให้ทุกคนมอง เหตุ มาก่อน ผล ให้โอกาสรัฐบาลได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน เพราะภาวะเศรษฐกิจปีที่ผ่านมาถือว่าลงถึงจุดต่ำสุดแล้ว
สมพงษ์ ทิ้งท้ายว่า เขามีความชอบส่วนตัวเกี่ยวกับหลักธรรม จึงได้นำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงานด้วย คือตั้งราคาบ้านแบบมีกำไรสมเหตุสมผล ดังนั้นถึงแม้ว่ามีบ้านบางหลังที่ก่อสร้างไปแล้วแทบจะไม่เหลือกำไรก็ตาม แต่ก็ยังมีความภูมิใจเพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้เอาเปรียบลูกค้า
อย่างล่าสุด โมเดอร์นกรุ๊ปเพิ่งได้รับ การติดต่อจากลูกค้าที่เปลี่ยนใจไปสร้างบ้านกับผู้รับเหมา แต่ตอนหลังก็มีปัญหาจนต้องกลับมาใช้บริษัทของบริษัทในที่สุด เพราะธุรกิจรับสร้างบ้านจะแปรผันกับราคา แต่ถ้าผกผันกับราคาเมื่อไหร่ ความเสี่ยง จะตามมา
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
