หากไม่เคยเจอกับทุกข์ ความสุขคงไม่หอมหวานสักเท่าไรเป็นคำกล่าวที่ประจักษ์อย่างแท้จริงกับกับสาวนักประชาสัมพันธ์ อย่าง นางภัทรชรนันท์ บุญเติม ที่ ใจแกร่ง มุ่งมั่นเลิกบุหรี่เพื่อ ลูกชาย สุดที่รัก จนกระทั่งได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 ผู้ชนะการประกวด โครงการ เวลคัม แบค กลับคืนสู่ชีวิตไร้ควัน ที่จัดขึ้นโดยบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คอนซูเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งให้บุคคลในครอบครัวหรือคนรอบข้างของผู้สูบบุหรี่ เป็นแรงจูงใจในการเลิกสูบบุหรี่
งานนี้ผู้ที่ทั้งชนะใจกรรมการและ ชนะใจตนเอง ได้รับรางวัลเป็น ทริป สุดหรรษา ที่ประเทศฮ่องกง พาครอบครัวไปตะลุยเมืองแห่งการช็อปปิ้ง เป็นเวลา 2 คืน 3 วัน สนุกกันทั้งครอบครัว
หลังจากที่พบกับความสุข ภัทรชรนันท์ หรือนก อายุ 33 ปี เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอต้องสูบบุหรี่ว่า เธอเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากลองสูบบุหรี่ เมื่อตอนอายุ 18 ปี เพื่อนๆ ในกลุ่มที่สูบบุหรี่ ก็ชักชวนให้ลองสักครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็สูบมาเรื่อยๆ แต่งงานแล้วก็ยังสูบอยู่ แต่ไม่ถือว่าติดสูบวันละ 1-2 มวน แต่เมื่อ 5 ปี ที่แล้ว มีปัญหารุมเร้าหลายอย่างทั้งที่บ้านและที่ทำงาน จึงเกิดความเครียด จากที่เคยสูบไม่กี่มวน ก็สูบมากขึ้นหนักสุด 8-10 มวนต่อวัน ถ้าไม่ได้สูบจะหงุดหงิด กระวนกระวาย ไม่มีสมาธิ ที่ทำงานก็ไม่เอื้ออำนวยเพราะหัวหน้าออกระเบียบไม่ให้สูบบุหรี่ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ทรมาน มากที่สุด เพราะเธอต้องสูบอย่างหลบๆ ซ่อนๆ สูบเสร็จต้องแปรงฟัน ฉีดน้ำหอม เพื่อไม่ให้คนที่ทำงานรู้
กิจวัตรของอดีตสิงห์สาวอมควันเป็นอย่างนี้เรื่อยไป กระทั่งวันหนึ่งโปสการ์ดฝีมือลูกชายส่งมาที่บ้านจ่าหน้าถึง ป๊ากับม้า ที่เนื้อหาทำให้คุณแม่ต้องถึงกับสะอึก
จู่ๆ มีโปสการ์ดส่งมาที่บ้าน เป็นฝีมือของลูกชาย บอกว่าอยากให้ป๊ากับม้าเลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ทำให้ป๊ากับม้าตายเร็ว เห็นแล้วอึ้ง นกเอาโปสการ์ดนี้ไปคุยกับสามี คุยกันว่าคิดว่ายังไงดี ก็ได้ข้อสรุปว่า ต้องเลิกแล้วล่ะ กลายเป็นแรงจูงใจที่สำคัญมาก เพราะตลอดเวลาเขาไม่เคยบอกให้เลิก เวลาไปกอด เขาก็จะหันหน้าหนีบอกว่าม้าตัวเหม็นเท่านั้นเอง แล้วก็คิดว่าเราเพิ่งอายุ 30 ปี หากต้องเป็นอะไรไปเพราะบุหรี่ ลูกจะอยู่ยังไง
เมื่อภัทรชรนันท์ ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เธอเลิกบุหรี่ด้วยการใช้วิธี หักดิบ ฝืนใจไม่สูบเลยสักมวนเดียว แต่ใช้วิธีเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคตินทดแทนบ้าง ดื่มน้ำหวานบ้าง อมลูกอมบ้าง เพื่อไม่ให้ปากอยู่นิ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเธอบอกว่า เหล่านี้เป็นเพียงแต่ตัวช่วยเสี้ยวหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญคือ ใจ
ใจต้องแข็งจริงๆ อย่าใจอ่อนเด็ดขาด เพราะการเลิกบุหรี่ยอมรับเลยว่ายากมากๆ แต่ถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจจริงๆ ไม่ยากเกินไป ที่สำคัญคือ กำลังใจจากครอบครัว มีบ้างที่ท้อ แต่ลูกและสามีก็จะพูดให้กำลังใจตลอด เชื่อว่าต้องทำได้ ทำได้มา 1-2 เดือนแล้ว ถ้าหันไปสูบใหม่ ก็ต้องนับหนึ่งใหม่ 3 เดือนผ่านไป จะเริ่มอยู่ตัวไม่อยากสูบอีกเลย รู้สึกเหม็นกลิ่นบุหรี่ด้วย ตอนนี้เลิกได้ 7 เดือนแล้ว ลูกชายก็เข้ามาหอมแก้ม บอกว่าหม่าม้าทำได้แล้ว ไม่มีกลิ่นติดตัวเลย ดีใจมาก
เลิกบุหรี่ไม่ยากอย่างที่คิด หากได้รับกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้าง
หน้า 35
ข้อมูลจาก มติชน
