ด้วยสายใยแห่งพระราชหฤทัยที่ทรงเปี่ยมด้วยความห่วงใยทุกข์สุขของราษฎรผู้ยากไร้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงทุ่มเทพระวรกายในการพัฒนาไหมไทยเพื่อให้ราษฎรมีอาชีพ และมีความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม พระราชกรณียกิจดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาพสกนิกรชาวไทยมาช้านานเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา และวันแม่แห่งชาติ สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ร่วมกันจัดงาน ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ปี 2551 เพื่อเทิดพระเกียรติและส่งเสริมผ้าไหมไทยที่มีเอกลักษณ์ ที่อิมแพค เมืองทองธานี โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน และในวันเดียวกัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเยี่ยมชมงานด้วย
ภายในงาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานฉลองพระองค์ผ้าไหม (องค์จริง) ทั้งสิ้น 6 องค์ ซึ่งเป็นฉลองพระองค์เมื่อครั้งพระชนมพรรษา 50 พรรษา มีทั้งชุดสูท ชุดราตรี และชุดค็อกเทล นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการไหมไทย ทั้งผ้าไหมพื้นบ้าน ผ้าไหมโบราณ ผ้าไหมราคาแพงที่สุดมูลค่า 2 แสนบาท การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไหมไทยกว่า 200 ร้าน และการแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไหม จากห้องเสื้อชื่อดัง อาทิ ธีรพันธ์ นาการา
ระหว่างทอดพระเนตรกิจกรรมภายในงาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทดลองทอผ้าบนกี่ทอมือแบบพื้นบ้านชนิดพุ่งกระสวยด้วยมือ ซึ่งเป็นการทดลองทอผ้าครั้งแรกของพระองค์ ทรงมีพระราชดำรัสชื่มชมผลผลิตผ้าไหมของประชาชนว่าสวยงามมาก
โอกาสเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงสนใจเทคโนโลยีการทอผ้า และสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในการทอผ้าเป็นพิเศษ ทรงห่วงว่าสารเคมีบางชนิดจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผู้สวมใส่
ตลอดเส้นทางเสด็จฯ ทั้งสองพระองค์ทรงพระเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง ทรงสนพระทัยผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านที่นำมาออกร้าน ยังความปลาบปลื้มใจให้แก่พสกนิกรที่ได้มีโอกาสเฝ้าฯเป็นอย่างมาก
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
