ร้านค้าตลาดแม่สายกว่า 400 ร้านเสียหายหนัก จมอยู่ใต้น้ำที่ไหลบ่าจากพม่า บางแห่งท่วมสูง 1 เมตร แม้จะเร่งระดมกระสอบทรายสกัดก็เอาไม่อยู่ ผู้ว่าฯน่านปลง ชาวบ้านพื้นที่น้ำหลากไม่ยอมย้ายออก อุตุฯเตือน 14 จังหวัดเหนือ-ใต้ระวังน้ำท่วมฉับพลันช่วง 2-3 วันนี้เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 7 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกอย่างหนักติดต่อกัน 2 วัน ในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงราย และประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลทำให้น้ำจากเทือกเขาหลายแห่งในประเทศพม่า ไหลบ่ามาตามลำน้ำจนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย ชุมชนเกาะทราย ต.แม่สาย ชุมชนสายลมจอย ต.เวียงพางคำ และ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย กว่า 200 หลังคาเรือน ทำให้ชาวบ้านต้องขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำกันอย่างอลหม่าน โดยเฉพาะตลาดเทศบาลแม่สายหรือตลาดสายลมจอย ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ของเล่นเด็ก และขนมขบเคี้ยวที่นำเข้ามาจากประเทศจีนกว่า 100 ร้าน ต้องจมอยู่ใต้น้ำ บางจุดน้ำท่วมสูงร่วม 1 เมตร แม้ทางเทศบาลตำบลแม่สายและทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 จะนำกระสอบบรรจุทรายเข้าทำแนวกั้นตลอดริมฝั่งแม่น้ำ แต่ก็ไม่สามารถกั้นไว้ได้ คาดว่าจะทำให้สินค้าและทรัพย์สินของชาวบ้านเสียหายจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ร้านค้าในตลาดท่าล้อ หรือตลาดท่าขี้เหล็ก จังหวัดท่าขี้เหล็ก อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าของผู้ประกอบการชาวไทยที่เข้าไปลงทุนทำธุรกิจอยู่กว่า 300 ร้าน ก็ถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ต้องปิดบริการชั่วคราว
ล่าสุด นายอาณัติ วิทยานุกูล นายอำเภอแม่สาย ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร (อส.) เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำให้ระมัดระวัง เนื่องจากแม่น้ำสายยังมีน้ำป่ามาหนุนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากได้ทุกขณะ โดยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นรอบที่ 3 แล้วในรอบปี
วันเดียวกัน น้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่ฉางข้าว ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ที่ 10 ต.ป่างิ้ว อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ได้ไหลล้นอ่างทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และโรงเรียน ถนนสายเชียงรายเชียงใหม่ ระหว่างหลักกิโลเมตร (กม.) ที่ 83-84 บริเวณหน้าคริสตจักรป่างิ้ว ถูกน้ำท่วมผิวถนนสูงกว่า 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้
นายประสิทธิ์ กอหลวง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป่างิ้ว เปิดเผยว่า มีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำป่าท่วมกว่า 1,000 หลังคาเรือน ใน 6 หมู่บ้านของ ต.ป่างิ้ว บางหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร จนทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเกิดเหตุช่วงเช้ามืด ชาวบ้านไม่สามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินได้ทัน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ส่วนที่ อ.แม่สรวย น้ำป่าได้กัดเซาะถนนสายแม่สรวย-วาวี หลัก กม.ที่ 7-8 บ้านทุ่งพร้าว หมู่ 8 ต.วาวี ทำให้การสัญจรไปมาไม่สะดวก และผิวถนนทรุดตัวลงไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท จ.เชียงราย ต้องนำรถตักรถเกรดและรถบรรทุกดินไปถมบริเวณผิวการจราจรที่ทรุดตัวลง เพื่อให้การสัญจรไปมาได้เหมือนเดิม จากการตรวจสอบพบว่าถนนทางขึ้นดอยวาวีถูกกระแสน้ำกัดเซาะพังเสียหายถึง 2 จุด แต่ละจุดจะซ่อมแซมอย่างยากลำบาก
ส่วนที่ จ.สตูล หลังจากฝนตกต่อเนื่องเป็นวลา 2-3 วัน ทำให้พื้นที่หมู่ 13 ต.ละงู อ.ละงู รวมทั้งพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.น้ำผุด อ.ละงู มีน้ำท่วมขัง ถนนหลายสายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมการสัญจรไปมาต้องชะงักเกือบ 5 ชั่วโมง บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมสูง นายพันธ์รัตน์ จิช่อง ปลัดป้องกันอำเภอละงู นำกำลัง อส.ออกตรวจพื้นที่ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้น พร้อมประกาศให้ 3 หมู่บ้านดังกล่าวเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ
วันเดียวกัน ที่ จ.น่าน พ.ต.ท.จุมพล ไชยวงศ์ ผู้บังคับกองร้อย ตชด.325 พร้อมชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 50 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน และ อปพร. นำสิ่งของพระราชทานและถุงยังชีพจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่บ้านห้วยธนู หมู่ 9 ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา และช่วยซ่อมแซมความเสียหายของบ้านเรือน หลังถูกน้ำป่าไหลหลากเมื่อคืนวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เหล่ากาชาดจังหวัดยังมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต 3 ราย ถูกน้ำป่าพัด ล่าสุดเหลือผู้สูญหายอีก 1 ราย ที่ยังค้นหาไม่พบ ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจจะต้องให้ศพลอยขึ้นมาเอง เนื่องจากการค้นหาเป็นไปด้วยความลำบาก
กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ในวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา มีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทุกภาคมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย อาทิ บริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครราชสีมา นครนายก พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในระยะ 2-3 วันนี้ไว้ด้วย นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 9-10 กันยายนนี้ จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างเคลื่อนเข้าปลายแหลมญวน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นด้วย ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือในช่วง 9-13 กันยายนนี้ด้วย
ข้อมูลจาก มติชน
