7 ประเภท พร้อมนำเสนอต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อประกาศใช้ให้ทันภายในเดือนต.ค.นี้นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าววันนี้ (8 ก.ย.) ว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้สรุปสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดประเภทภาพยนตร์หรือเรตติ้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 บัญญัติให้รัฐมนตรีออกกฎกระทรวงดังกล่าวว่า ภาพยนตร์ลักษณะใดควรอยู่ในประเภทไหน กระทรวงวัฒนธรรมได้แบ่งภาพยนตร์ออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้
1. ภาพยนตร์ประเภทที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู มีเนื้อหาส่งเสริมการศึกษา จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้ความรู้ความเข้าใจการพัฒนาสังคม ครอบครัว และสร้างจิตสำนึกในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2. ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป เนื้อหาต้องไม่มีเรื่องของเพศ ภาษา ที่มีความรุนแรง
3. ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป จะไม่มีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรง ทารุณ โหดร้าย ขาดมนุษยธรรม น่ากลัวส่อไปในทางสยองขวัญ ใช้คำหยาบคายลามก พฤติกรรมทางเพศที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร
4.ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จะมีเนื้อหาเหมือนกับประเภทอายุ 13 ปีขึ้นไป แต่อาจมีภาพ เสียง เนื้อหาที่แสดงให้เห็นพฤติกรรมหรือภาษาที่ไม่เหมาะสมและต้องใช้วิจารญาณในการดู 5.ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จะไม่มีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่เปิดเผยอวัยวะเพศ สาธิตวิธีการก่ออาชญากรรม และวิธีการใช้สิ่งเสพติด
6.ภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู จะมีเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงการมีเพศสัมพันธ์ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองหรือผู้อื่น แต่ต้องไม่แสดงให้เห็นอวัยวะเพศ มีเนื้อหาสาธิตวิธีการก่ออาชญากรรม ใช้สิ่งเสพติดได้ และ
7.ภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร จะมีเนื้อหาหมิ่นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำลายความมั่นคงของประเทศ ก่อให้แตกความสามัคคี เหยียดหยามศาสนา ไม่เคารพต่อปูชนียบุคคล ขัดต่อศีลธรรม วัฒนธรรม และมีเนื้อหาที่แสดงถึงการมีเพศสัมพันธ์ เห็นอวัยวะเพศในลักษณะลามกอนาจาร
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวด้วยว่า การกำหนดเรตติ้งภาพยนตร์ กระทรวงวัฒนธรรมได้พิจารณาร่วมกับนักวิชาการด้านภาพยนตร์ ผู้ประกอบการภาพยนตร์และผู้กำกับอย่างรอบคอบ โดยได้นำแนวทางการจัดประเภทภาพยนตร์ของประเทศสิงคโปร์ และอังกฤษมาศึกษา ร่างเรตติ้งดังกล่าว จะนำเสนอต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อประกาศใช้ให้ทันภายในเดือนต.ค.นี้