จากกรณีที่ศาลจังหวัดทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาให้จำคุก พญ.สุทธิพร ไกรมาก แพทย์ประจำ รพ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นเวลา 3 ปี โดยไม่ รอลงอาญา เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.50 ในข้อหากระทำการโดยประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้นางสมควร แก้วคงจันทร์ เสียชีวิตจากการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง ระหว่างผ่าตัดไส้ติ่ง เมื่อปี 45 ซึ่งทาง พญ.สุทธิพร ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 เป็นคดีที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นคดีตัวอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุขภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ย. นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในวันนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณายกฟ้องคดีดังกล่าวแล้ว ทำให้ พญ.สุทธิพร ไม่มีความผิด โดย พญ.สุทธิพร ให้เหตุผลในการอุทธรณ์ว่า เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชน ได้รับมอบหมายจาก กระทรวงสาธารณสุข ให้ทำหน้าที่ดูแลรักษาพยาบาลประชาชน และทุกคนต่างตั้งใจปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้ป่วยหาย ไม่มีใครต้องการให้ผู้ป่วยเสียชีวิต โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ห่างไกล ซึ่งตามกฎหมายของแพทยสภา แพทย์ทุกคนสามารถดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทุกประเภท แม้ว่าจะไม่ใช่แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็ตาม เนื่องจากผู้ป่วยมีจำนวนมาก
นพ.ปราชญ์กล่าวต่อว่า ผลการพิพากษาดังกล่าว นับเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศที่ให้การรักษาพยาบาลประชาชน และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตั้งใจทำงานเพื่อให้บริการผู้ป่วยต่อไป ซึ่งการขออุทธรณ์ครั้งนี้ เพื่อนำมาสร้างเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงานของแพทย์ในชนบทต่อไป เพราะถ้าแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนปฏิเสธการผ่าตัด เนื่องจากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยอีกจำนวนมากก็จะประสบอันตราย เพราะระบบ สาธารณสุขของไทย ยังขาดแคลนแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ โดยเฉพาะแพทย์ดมยา และแพทย์ผ่าตัดอีกมาก
ด้าน น.ส.ศิริมาศ แก้วคงจันทร์ บุตรสาวนางสมควร กล่าวว่า ยอมรับในผลการตัดสินของศาลอุทธรณ์ และจะไม่มีการยื่นฟ้องศาลฎีกาอีก ถือว่าคดีทางอาญาจบลงแล้ว ผลการตัดสินของศาลทำให้ทราบว่ามารดาเสียชีวิตจากยาชาที่ฉีดเข้าไขสันหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากรู้มาตลอด อย่างไรก็ตาม ยังมีกระบวนการทางแพ่ง โดยเรื่องอยู่ในชั้นศาลฎีกา ซึ่งตนจะไม่ถอนฟ้อง เพราะถือว่าไม่เกี่ยวกับ พญ.สุทธิพร แล้ว แต่เป็นเรื่องของ กระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตามที่เรียกร้องเป็นเงิน 2,080,000 บาท ที่ผ่านมาศาลชั้นตัดสินให้ชนะคดีได้เงิน 6 แสนบาทพร้อมดอกเบี้ย แต่ในชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลได้ยกฟ้อง จึงต้องรอฟังคำสั่งศาลฎีกาอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าในในสมัย นพ.มงคล ณ สงขลา เป็น รมว. สาธารณสุข ได้มอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวมาแล้ว 8 แสนบาท แต่ก็ไม่ถือว่าเกี่ยวกับทางคดี เพราะที่ผ่านมาไม่ได้รับการเหลียวแลจาก กระทรวงสาธารณสุขเลย จนกระทั่ง นพ.มงคลลงมารับผิดชอบด้วยตนเอง การฟ้องร้องที่ผ่านมาไม่ต้องการให้หมอติดคุก หรืออยากได้เงิน หากชนะคดีทางแพ่ง จะมอบเงินส่วนหนึ่งบริจาคให้แก่ รพ.ร่อนพิบูลย์ นำไปพัฒนาปรับปรุงระบบบริการสุขภาพ และเพื่อลบคำสบประมาท ว่าอยากได้เงิน แต่จะเป็นเงินเท่าไร ขอพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง น.ส.ศิริมาศ กล่าว