ดัน ปตท.แบกภาระเอฟทีงวดใหม่ ระบุเรกกูเลเตอร์ เตรียมถกการลดภาระค่าไฟงวดใหม่ 16 กันยายนนี้ พร้อมเดินหน้าอุดหนุนติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตน้ำร้อน หวังประหยัดได้ปีละ 24.5 ล้านบาทนายณอคุณ สิทธิพงษ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานกรรมการบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าวันที่ 16 กันยายนนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกกูเลเตอร์) จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลค่าไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และกระทรวงพลังงาน หารือเกี่ยวกับการจัดการค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่ที่จะเริ่มจัดเก็บตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551-มกราคม 2552 ซึ่งกระทรวงพลังงานต้องการให้ดูแลลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
ส่วนแนวทางดูแลนั้น ปตท.จะไม่เข้าไปรับภาระด้วยการอุดหนุน แต่จะเป็นรูปแบบที่เคยใช้ในอดีตที่ให้ ปตท.ร่วมจ่ายเงินไปก่อนแล้วจะได้รับคืนภายหลัง ส่วนจะมีดอกเบี้ยหรือไม่คงขึ้นอยู่กับที่ประชุมเรกกูเลเตอร์ ส่วนทิศทางค่าไฟฟ้าเอฟทีงวดใหม่จะปรับขึ้นแน่นอน แต่คงจะดูแลไม่ให้ปรับขึ้นถึง 40 สตางค์ต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าที่ต้องปรับขึ้นเป็นผลมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน โดยค่าก๊าซงวดนี้ปรับขึ้นจากงวดก่อน 15% หรือจาก 200 บาทต่อล้านบีทียูเป็น 230 บาทต่อล้านบีทียู
ทั้งนี้ เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการโรงแรม โรงพยาบาล กระทรวงสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ คาดจะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ 5,000 ตารางเมตร ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน เกิดผลประหยัดได้ 24.5 ล้านบาทต่อปี พร้อมผลักดันติดตั้งให้ได้ 3 แสนตารางเมตรภายในปี 2565 โดยใช้เงินจากกองทุนอุดหนุน 30% ของราคาต้นทุน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
