การถูกหลอกลวงผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ที่การสื่อสารไร้พรมแดนนับวันทวีความจำเป็น ดึงดูดให้คนทุกเพศทุกวัยเข้ามาใช้ได้ง่ายๆ มีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง โดยเหล่ามิจฉาชีพเอาความโลภของมนุษย์มาล่อแม้จะเคยเป็นข่าวครึกโครมเกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2550 แต่กระแสของความอยากได้ อยากมีของคนก็ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกหลอกลวงผ่านระบบอินเตอร์เน็ต การสื่อสารไร้พรมแดนนับวันทวีความจำเป็น ดึงดูดให้คนทุกเพศทุกวัยเข้ามาใช้ได้ง่ายๆ และก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงได้ง่าย ๆ เช่นกัน
ดังกรณี นายสุเทพ(นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหายกว่า 300 ราย ที่ถูกหลอกลวงให้ลงทุนทำธุรกิจกับ บริษัท Colonyinvest ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านทางเว็บไซต์ www.colonyinvest.net หรือ www.colonyinvest.com แต่ความจริงแล้วบริษัท Colonyinvest ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย ทำให้ต้องสูญเสียเงินไปกว่า 3 ล้านบาท
โดยนายสุเทพ เล่าว่า รู้จักเว็บไซต์ดังกล่าวจากคำแนะนำของบุคคลใกล้ชิด เป็นเพื่อนสนิทและญาติ ก่อนตัดสินใจลงทุน ตนเองไม่ได้ศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการลงทุนมากนัก แต่ทำตามคำแนะนำของคนรอบข้าง ที่สร้างความเชื่อถือได้อย่างมาก ประกอบกับมีการเสนอผลประโยชน์ตอบแทนเป็นรายวันในอัตราที่สูงมาก มองแล้ว "มีแต่ได้กับได้เท่านั้น"
ในที่สุดจึงตัดสินใจลงทุน ครั้งแรก 600,000 บาท วันรุ่งขึ้นก็เข้าเว็บไซต์ตรวจสอบยอดเงินก็พบว่ามีเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และเพิ่มขึ้นทุกวันจริงๆ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ทำให้ตัดสินใจลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ชักชวนเพื่อนๆ มาลงทุนด้วย แต่สุดท้ายก็ถูกหลอกกันทุกคน
"ผมทุ่มสุดตัวเพราะคิดว่าต่อไปนี้ครอบครัวจะอยู่สบายกันแล้ว โดยเอาบ้านไปเข้าโอดีกับธนาคาร เอาเงินมาลงทุนกับเว็บไซต์นี้ โดยหวังว่าจะได้ดอกเบี้ยตามที่โฆษณาไว้บนเว็บไซต์ แต่ผ่านไป 100 วัน ก็ช็อกแทบหมดสติ เมื่อเว็บนี้ปิดตัวหายไปไม่สามารถติดต่อได้ จึงรู้ว่าถูกหลอก" นายสุเทพกล่าว พร้อมกับบอกว่าอยากเตือนประชาชนที่อยากจะลงทุนทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตควรดูให้ดีเสียก่อน อย่าเชื่อง่ายๆ แค่เพียงคำเชิญชวนที่เสนอผลตอบแทนสูงบนหน้าเว็บไซต์ หรือแม้แต่คนใกล้ชิดมาชักชวน ต้องศึกษาให้รู้จริงและพิจารณาให้รอบคอบ จะเสียเพื่อนก็ช่าง เพราะผมเองก็เกือบเสียชีวิต ในช่วงวินาทีที่รู้ว่าถูกหลอก ชีวิตมันหมดแล้ว ไม่รู้จะไปทางไหน...หมดเนื้อหมดตัว
ดังนั้น อย่าไปเชื่อการโฆษณาเชิญชวนลงทุนผ่านทางอินเตอร์เน็ต อย่าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่มีกระบวนการกรองเว็บไซต์ที่มีวัตถุประสงค์แอบแฝงได้ ผมว่า 99 เปอร์เซ็นต์ไม่น่าเชื่อถือ ที่สำคัญผมเองไม่ได้ติดตามข่าวสารทั้งๆ ที่มีหลายหน่วยงานออกมาเตือนประชาชนอยู่บ่อยๆ ทั้งกระทรวงการคลัง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ
เช่นเดียวกับ นางสาวมาลิน (นามสมมติ) ผู้เสียหายจากภาคอีสาน เธอได้รับคำแนะนำจากคนที่รู้จักกับคุณพ่อเกี่ยวกับการลงทุนกับเว็บไซต์นี้ ก็เชื่อใจแต่ยังไม่ปักใจเชื่อนัก จึงหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ก็พบว่าบริษัท Colonyinvest มีอยู่จริงในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังโทรศัพท์ไปถามเพื่อนที่เวียดนาม ก็ได้รับการยืนยันว่าที่เวียดนามก็มีคนเล่นลงทุนกับเว็บไซต์นี้เหมือนกัน พื้นฐานการเล่นหุ้นคือซื้อมาขายไปไม่นอนไว้นานๆ จึงเชื่อและตัดสินใจลงทุนโดยโอนเงินก้อนแรกเข้าไป 100 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 3,800 บาท) แล้วก็เห็นดอกผลที่งอกงามทุกวันจึงชักชวนเพื่อนและพี่น้องอีก 14 คน มาร่วมลงทุนกับเธอด้วย แต่ 3 เดือนผ่านไป ก็ยังไม่สามารถถอนเงินจากระบบได้ (ยอดเงินที่ปรากฎในเว็บไซต์) จึงพยายามติดต่อสอบถามไปยังคนที่แนะนำกันเป็นทอด ๆ แต่โชคดีที่วงเงินลงทุนของเธอไม่สูงมากนัก และในที่สุดก็ได้รับเงินคืน
ด้าน นายสมหมาย (นามสมมติ) อีกหนึ่งผู้เสียหายจากภาคใต้ เล่าว่า ครั้งแรกลงทุนไปกว่า 1 ล้านบาท และยังลงทุนเพิ่มให้กับน้องชาย พี่ชาย รวม 5 ล้านกว่าบาท แต่พอ 4 เดือนผ่านไป ก็ถอนเงินออกมาไม่ได้เช่นกัน ทั้งๆ ที่ตัวเลขในเว็บไซต์ก็มีเงินของตนออกดอกออกผลอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ยังไม่นึกสงสัยกระไร จนกระทั่งมารู้สึกตัวว่าโดนหลอกก็ตอนที่เว็บไซต์นี้ปิดตัวไปอย่างถาวร โดยตนและญาติๆ ไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว
นั่นเป็นเพียงบางส่วนของผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังอายไม่กล้าออกมาเปิดเผยตัว ส่วนความคืบหน้าของคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สืบสวนสอบสวนพบมีผู้ร่วมในขบวนการนี้ 5 คน จับได้แล้ว 4 คน อีก 1 คนกำลังอยู่ระหว่างติดตามตัว และคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล
เรื่องนี้ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เผยถึงกรณีผู้เสียหายจากการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์โคโลนี่อินเวสนี้ เชื่อว่ามีประชาชนตกเป็นเหยื่อแล้วนับหมื่นรายทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท แต่ยังไม่กล้าแสดงตัวและไปพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษและให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพียง 100 กว่ารายเท่านั้น ขณะนี้กำลังสืบสวนสอบสวนขยายผลคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีผู้เสียหายอีกไม่น้อยกว่า 200 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดตรัง พังงา กระบี่ ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช
พฤติการณ์แห่งคดี กลุ่มอาชญากรดังกล่าวจะหลอกลวงประชาชนในลักษณะของการระดมทุนและให้ผลประโยชน์ตอบแทนเป็นรายวันในอัตราที่สูงมาก โดยใช้วิธีการโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ www.colonyinvest.net และ www.colonyinvest.com ชักชวนให้ประชาชนลงทุนกับบริษัท แค่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ และโอนเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเป็นก็สามารถร่วมลงทุนได้ เมื่อเข้าไปสู่เว็บเพจ จะพบการแนะนำบริษัทว่ามีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่เมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
เปิดดำเนินธุรกิจการเงิน 6 แบบ ได้แก่ การค้าเงิน โรงแรม รีสอร์ท ศูนย์การค้า ตลาดหุ้น การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ธุรกิจในโลกสื่อสาร สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ส่วนวิธีการลงทุนผู้ลงทุนจะต้องติดต่อ upline หรือผู้แนะนำเพื่อขอซื้อดอลลาร์ หลังจากให้ผู้แนะนำโอนเงินเข้ามาที่บัญชีแล้ว ก็เริ่มดำเนินการตามขั้นตอนได้โดยล็อกอินด้วยการพิมพ์ชื่อที่ตั้งไว้และใส่รหัสผ่าน ที่กำหนดขึ้นเอง เมื่อเข้ามาได้แล้วจะพบรายละเอียดของการลงทุนตั้งแต่การเริ่มลงทุนขั้นต่ำที่ 100 ดอลลาร์ หรือ 3,800 บาท เมื่อโอนเงินลงทุนเข้าสู่ระบบของ Colonyinvest แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรอีก โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบผลตอบแทนของตนเองได้ตลอดวลา
โดยมี แผนการลงทุน 3 แผน คือ 1) ลงทุนตั้งแต่ 100-499 เหรียญ จ่ายผลตอบแทนร้อยละ 2.5 ต่อวัน หากลงทุน 100 เหรียญ หรือ 3,800 บาทจะได้รับเงินคืน 85 บาทต่อ วัน เมื่อครบ 40 วัน เมื่อครบ 100 วันจะได้เงินคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยรวม 250 เหรียญ 2) ลงทุน 500 เหรียญ-999 เหรียญ จ่ายผลตอบแทน ร้อยละ 2.8 ต่อวัน หากลงทุน 500 เหรียญ ได้รับเงินคืน 476 บาท ต่อวัน 35 วัน เมื่อครบ 100 วัน จะได้เงินคืนทั้งต้นและดอกเบี้ยรวม 1,400 เหรียญ 3) ลงทุนตั้งแต่ 1,000-10,000 เหรียญ จ่ายผลตอบแทน ร้อยละ 3 ต่อวัน หากลงทุน 1,000 เหรียญ ได้รับเงินคืน 1,020 บาท ต่อวัน 33 วัน เมื่อครบ 100 วันจะได้เงินคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย รวม 3,000 เหรียญ
หากผู้ลงทุนสามารถชักชวนสมาชิกใหม่มาร่วมลงทุนเพิ่มเติมในเครือข่ายของผู้ลงทุน ผู้ลงทุนก็จะได้รับค่าแนะนำสมาชิกอีกร้อยละ 10-15 และรายได้ที่เป็นการล่อใจผู้ลงทุนก็คือ บริษัทจะดึงรายได้แต่ละวันไว้ 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเป็นโบนัสหรือ Global Link เพื่อจ่ายให้กับผู้ที่มีคะแนนสะสมครบ 55 เหรียญ โดยจะได้รับรางวัล Global Link เป็นจำนวนสูงถึง 10,000 เหรียญ หรือ 340,000 บาท
แต่ปรากฏว่าเมื่อครบกำหนดวงรอบของการลงทุน 100 วันแล้ว สมาชิกกลับไม่สามารถถอนหรือแลกเงินสดกลับคืนมาได้โดยตัวแทนจะอ้างเหตุผลต่างๆ สมาชิกส่วนใหญ่จึงนำยอดเงินเหรียญที่มีอยู่ในรายการบัญชีของตนเองขายต่อให้แก่ upline หรือผู้แนะนำ หรือสมาชิกที่จะลงทุนใหม่หมุนเวียนไปเป็นลักษณะลูกโซ่ โดยที่ผู้แนะนำจะรับซื้อดอลล่าร์ละ 34 บาท หรือผู้ลงทุนจะเก็บไว้เอง เวลามีคนมาสมัครใหม่จะไม่ต้องไปซื้อจาก upline ในราคาสูงกว่า วงรอบการลงทุนนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อครบ 100 วันทำการ แต่ใช้เวลาคืนทุนเพียง 40 วันทำการ ส่วนที่เหลืออีก 60 วันทำการ ก็คือกำไร ทำให้มีผู้หลงเชื่อนำเงินสดมาลงทุนและโอนเงินเข้าบัญชีกลุ่มผู้ต้องหา จนกระทั่งเว็บไซต์ดังกล่าวได้ปิดตัวลง จึงมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว
พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2547 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปีและปรับตั้งแต่ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 1 หมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่าเงินที่ได้จากการฉ้อโกงดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นทรัพย์สิน เช่น อาคาร ที่ดิน รถยนต์ เป็นต้น พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายการฟอกเงิน ซึ่งจะดำเนินคดีอาญาฟอกเงินเป็นอีกคดีหนึ่ง พร้อมกับส่งเรื่องให้กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบดำเนินการฟ้องร้องล้มละลาย และยึดทรัพย์สินมาคืนให้กับผู้เสียหายได้
ดังนั้น ผู้เสียหายที่ยังไม่เคยร้องทุกข์กล่าวโทษ ใคร่ขอความร่วมมือจากผู้เสียหายทุกคนให้รีบไปร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสิทธิและประโยชน์ของผู้เสียหายในการขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และขอเฉลี่ยทรัพย์เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลายแล้ว ทั้งนี้ เพื่อร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 100,000 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงหลายหมื่นล้านบาท และขอเตือนประชาชนอย่าได้หลงเชื่ออาชญากรที่กำลังประกอบอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในลักษณะดังกล่าวนี้
ไม่เพียงแต่เว็บไซต์ www.colonyinvest.com และเว็บไซต์ www.colonyinvest.net เท่านั้น ยังมีเว็บอื่นๆ อีกหลายเว็บไซต์ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดเช่นเดียวกัน โดยสังเกตได้จากเว็บไซต์ที่มีคำว่า Forex หรือ fx หรือ capital ผสมอยู่ในชื่อเว็บไซต์ ถึงแม้จะไม่ใช้ชื่อดังกล่าวก็ตาม หากพบข้อมูลเชิญชวนลงทุนในลักษณะเดียวกันกับ www.colonyinvest.com และเว็บไซต์ www.colonyinvest.net ยิ่งเป็นการเชิญชวนให้ลงทุนในการทำธุรกิจต่างประเทศเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้พบเห็น ขออย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด อาจสูญเสียเงินจนสิ้นเนื้อประดาตัว หากพบเว็บไซต์ต้องสงสัยกรุณาแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่ www.dsi.go.th เพื่อที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะพยายามติดตามเงินและทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด
แม้คดีนี้ถูกตีแผ่ ติดตาม ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ซึ่งที่แท้แล้วทำกันที่ อ.เบตง จ.ยะลา และเว็บไซต์ของกลุ่มมิจฉาชีพนี้จะถูกปิดไปแล้ว แต่ยังมีความพยายามพัฒนารูปแบบกลวิธีการหลอกลวงใหม่ๆ มาใช้ล่อหลอก ซึ่งการไล่จับกุมปราบปรามเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด
วิธีที่ดีที่สุดซึ่งต้องทำไปพร้อมกันนั่นคือ การป้องกัน หากประชาชนน้อมนำ "หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ฯ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันจะคิดทำการใด ขอให้ทำด้วยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ดำเนินชีวิตไปในทางสายกลางด้วยความอดทน ความเพียร และมีสติปัญญา ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตของคนไทยมีแต่ความสมดุล มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป ... อย่าหวังรวยทางลัด