เจ้าอธิการวิรพล แห่งวัดป่าหนองทัน ใช้ที่ดินมรดกสร้างวัด กลางป่า มีทุ่งนาล้อมรอบ ไม่ไฟฟ้า ประปา บากบั่นปั้นพระพุทธรูปด้วยมือ ด้วยสร้างแรงศรัทธาแรงกล้าของชาวนา เจ้าอธิการวิรพล เตชปญฺโญ หรือ พระอาจารย์วิรพล บวชรับใช้พระพุทธศาสนาใต้ใช้ร่มกาสาวพัสตร์มานานกว่า 17 พรรษา ด้วยอายุ 37 ปี ในวัดอุดมรัตนารามย ต.อากาศอำนวย จ.สกลนคร พระสายธรรมยุต ออกธุดงค์ทำสมาธิไปยังสถานที่ต่างๆ รับบิณฑบาตจากผู้มีจิตศรัทธาที่นำภัตตาหารมาถวาย ค่ำไหนนอนนั่นแม้ว่าจะเป็นกลางป่าหรืออาศรมร้างเพื่อแสงหาความสงบ เรียนรู้สัจธรรมเพื่อให้เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา เป็นเวลากว่า 5 ปี
เจ้าอธิการวิรพล ยังมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลอากาศอำนวย เขต 3 (ธรรมยุต) หลังจากที่แสวงบุญบำเพ็ญสมาธิมานานพระเจ้าอธิการวิรพล ได้ตั้งสำนักสงฆ์ หนองทัน ตั้งตามชื่อสถานที่ ขออาศัยใช้ที่ดินมรดกของพ่อแม่เพื่อฝึกปฏิบัติธรรมใน ต.โพนแพง อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร อยู่ห่างไกลจากชุมนุมออกไปหลายกิโลเมตร ตั้งอยู่กลางทุ่งนามีป่าล้อมรอบ เงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติที่ไร้ความศิวิไลซ์รบกวน ขณะนั้นจำวัดอยู่เพียงรูปเดียว
สำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา มีแต่ต้นไม้สารพัดชนิดทั้งไม้ผลและไม่ดอก มีสัตว์ต่างๆที่มาอาศัยป่าของสำนักสงฆ์แห่งนี้ พระอาจารย์ขุดสระน้ำไว้ใช้กลางวัดมีพระพุทธรูปวางไว้ใจกลางสระที่ปลูกบัวรอบสระน้ำแข่งกันออกดอกชูช่อเต็มสระ
สำนักสงฆ์แห่งนี้ชาวบ้านเรียกว่า วัด ซึ่งมีชาวบ้านที่ตั้งขึ้นมาเป็นกรรมการวัดอยากให้เป็นวัดที่สมบูรณ์จึงได้รวบรวมที่ดินที่มีชาวบ้านที่บริจาคให้กับพระอาจารย์เป็นที่ดินเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นผืนเดียวกันและจะได้ยื่นขออนุญาตตั้งเป็น วัดหนองทันซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ
มีพระหลายรูปมาประจำอยู่ที่วัดและชาวบ้านพาลูกหลานมาบวชเรียนกับพระอาจารย์ในช่วงเข้าพรรษา ขณะเดียวกันชาวบ้านเดินทางมาถวายภัตตาหารเช้า เป็นอาหารมื้อเดียวของวันสำหรับพระสายธรรมยุต วิธีฉันก็เพียงแค่ตักอาหารทุกอย่างลงไปในบาตรแล้วฉันจากบาตรแบบพระวัดป่าทั่วไป
นอกจากนี้ หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป เจ้าอาวาสวัดป่าประทีปปุนญาราม วัดป่าปทีปปุญญาราม พระที่ชาวจังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียงศรัทธาเคารพและนับถือของคนอีสานย ลูกศิษย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต (เสียชีวิตแล้ว) เป็นพระชื่อดัง วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ยังไปร่วมงานทำบุญที่วัดหนองทันแห่งนี้บ่อยครั้ง
เมื่อชาวบ้านเพิ่มปริมาณขึ้นพระเจ้าอธิการวิรพล จึงลงมือสร้างศาลาการเปรียญ เพื่อเป็นที่พักของพุทธศาสนิกชน ที่เดินทางมาถวายภัตตาหารและฟังธรรมเทศนา ซึ่งศาลาดังกล่าวเป็นศาลาไม้มุงสังกะสีเทพื้นปูนปูกระเบื้องอย่างเรียบง่าย ขนาดกว้างยาวไม่เกิน 10 เมตร เพียงแต่กันแดดกันฝนเท่านั้น เป็นศาลาการเปรียญเพียงหลังเดียวที่มีอยู่ซึ่งไม่พอกับจำนวนคนที่มา ในงานบุญประเพณีสำคัญๆทางพระพุทธศาสนาในบางคราว จำนวนคนที่หลั่งไหลมาร่วมงานบุญ ที่ล้นออกมานอกศาลาต้องปูเสื่ออาศัยร่มไม้ที่ปลูกไว้รอบๆศาลา ในหน้าฝนอาจจะลำบากหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่นทีเดียว
ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาช่วยกันระดมปัจจัยคนละ 10-20 บาทไม่เกินหลักร้อย ช่วยสร้างศาลาการเปรียญแห่งใหม่ครอบพระพุทธรูปที่พระอาจารย์ลงมือปั้นเองและสร้างฐานปูนบนเนินดินที่ยกสูงขึ้นมาด้วยตัวเอง พระอาจารย์ค่อยๆทยอยปั้นพระพุทธรุปปรางค์ต่างๆ โดยมีพระนาคปรกเป็นประธานอยู่ตรงกลาง แต่จนถึงขณะนี้ความพยายามและศรัทธาของชาวบ้านเมื่อระดมปัจจัยจากหมู่บ้านใกล้เคียงและเงินผ้าป่าจากลูกหลานในกรุงเทพฯก็ยังไม่พอสร้างศาลาการเปรียญแห่งใหม่
ซึ่งขณะนี้ศาลาการเปรียญแห่งใหม่ยังคงมีเพียงแค่เสาศาลาเงินจากคณะผ้าป่าที่คิดว่าจะสร้างหลังคาก็ต้องเก็บไว้รอสมทบเผื่อว่าปีหน้าจะมีมาสมทบอีกเพื่อจะได้พอซื้อโครงเหล็กและหลังคามุงในคราวเดียว
จึงนำบุญมาฝากบอกผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมสมทบปัจจัยสร้างศาลาการเปรียญเพื่อสืบทอดเจตารมย์พระพุทธศาสนาให้ยาวนานคู่กับประชาชนชาวไทยต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถบริจาคได้ที่ธนาคาร กรุงไทย ชื่อบัญชี นายบุญยอด โยธี นายชัยรัส และนายวานิช สุผา เลขที่ 444-0-10301-4 สาขา อากาศอำนวย โทรศัพท์ 0833616939
ข้อมูลจาก มติชน
