นายอิสมาแอ แวนุสตอฟา ประธานสมาคมผู้ประกอบกิจการอัจญ์ภาคใต้ พร้อมด้วยผู้ประกอบการฮัจญ์กว่า 20 คน เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้กรมการศาสนาแก้ปัญหาเกี่ยวกับการส่งผู้แสวงบุญเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย นายอิสมาแอ กล่าวว่า ผู้ประกอบการฮัจญ์ภาคใต้ประสบปัญหาหลายด้าน จึงมาร้องมาเสนอต่อกรมการศาสนา (ศน.) เพื่อหาทางแก้ไข ดังนี้ 1.การขอเพิ่มโควตาผู้แสวงบุญเพิ่ม จากเดิม 1.3 หมื่นคน ขอเพิ่มอีก 3,500 คน 2.ขอผ่อนผันการยื่นเอกสารเพื่อตรวจและประทับตราออกเป็นวันที่ 15 ตุลาคม 2551 ส่วนการส่งข้อมูลเข้าระบบอินเทอร์เน็ต ควรออนไลน์ตลอดปีไม่ใช่เพียงแค่ 45 นาที 3.ควรอนุโลมให้ผู้แสวงบุญในโควตาสามารถยกเลิกได้ทุกกรณี และควรเปิดให้ผู้ลงทะเบียนนอกโควตาทดแทนได้ 4.การเช่าบ้านเพิ่มเติมถ้าได้รับโควตาเพิ่ม ยังไม่มีการแจ้งแนวทางปฏิบัติ และ 5.เครื่องบินขนส่งผู้แสวงบุญยังมีบางส่วนดำเนินการไม่เรียบร้อย เพราะใกล้จะถึงวันเดินทางในวันที่ 31 ตุลาคมแล้วด้านนายอดิศักดิ์ ฮะยีบู ผู้ประกอบการฮัจญ์ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา ศน.ยึดถือตามมติคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์ ซึ่งบางครั้งไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจญ์ พ.ศ. 2524 ทำให้วิธีคิด การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้แสวงบุญ ระหว่างศน.และผู้ประกอบการฮัจญ์ ดำเนินการกันไปคนละทิศทาง ดังนั้น ศน.ควรจะยึดการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นหลัก
นายอนุชา หะระหนี หัวหน้าฝ่ายประสานงานกิจการศาสนาอิสลาม กล่าวว่า การที่ผู้ประกอบการระบุว่า ศน.ยึดแต่มติของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์ ไม่ได้ยึดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจญ์นั้น เพราะ พ.ร.บ.ดังกล่าวได้กำหนดให้ดูแลการประกอบกิจการฮัจญ์ในภาพกว้าง แต่คณะกรรมการเป็นผู้ออกระเบียบ และกฎเกณฑ์ต่างๆ ทำให้ ศน.ต้องฟังมติคณะกรรมการเป็นหลัก ขณะที่จำนวนโควตา ศน.ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศและประเทศซาอุดีอาระเบียแล้ว ศน.ไม่มีอำนาจ ขึ้นอยู่กับกระทรวงฮัจญ์ของซาอุดีอาระเบียเท่านั้น
สมชายหมดความชอบธรรมย่ำกองเลือดเข้ารัฐสภา
ไม่มีใครรู้ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงและการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะจบลง ณ ที่ใด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
