รมว.คมนาคมสั่งลดค่าโดยสารทันทีไม่ต้องรอมติ กก.ขนส่งทางบก สมาคมรถร่วมฯ ขานรับ ลดทันที 1 บาท มีผลอังคารนี้ กรมการค้าภายในยังบังคับลดราคาสินค้าไม่ได้ เรียกหารืออีกรอบ ขณะที่ เจ๊เกียว เสียงแข็ง ลดมากกว่า 3 สต.ต่อ กม.ไม่ได้ อ้างมีต้นทุนอื่นเพียบ ส่วนรถโดยสารเหนือ-อีสานเมินลดค่าตั๋ว อ้างราคาน้ำมันโลกยังไม่นิ่งพอแม้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงมาอยู่เหนือระดับ 24.74 บาทต่อลิตร ทว่าในทางกลับกัน รถโดยสาร รวมทั้งราคาสินค้าที่เคยปรับขึ้น ยังไม่ปรับลดตามพื้นฐานแห่งความเป็นจริงมากนัก
ลุ้นสินค้าปรับลดราคา
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า หลังราคาน้ำมันปรับลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาสินค้าบางส่วนลดลงแล้ว เช่น ข้าวขาว 5% ลดลงกิโลกรัมละ 20 บาท ราคาเนื้อวัว เนื้อไก่ลดลง แต่ราคาเนื้อสุกรยังทรงตัว ในขณะที่ราคาน้ำมันถั่วเหลืองยังไม่ปรับลดเพราะวัตถุดิบยังลดลงไม่ถึงขั้นต้องลดราคา ส่วนราคาปุ๋ยยังไม่ลดเช่นกัน เพราะวัตถุดิบบางตัวไม่ได้ปรับลดตามราคาน้ำมันทั้งหมด
กรมจะติดตามราคสินค้าทุกประเภทไม่ให้ผันผวนมากเกินไปส่วนราคาอาหารสำเร็จรูป เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะยังปรับลดลงไม่มากนัก โดยเร็วๆ นี้ จะเชิญสมาคมภัตตาคารร้านอาหารมาหารือ เพื่อขอความร่วมมือในการปรับลดราคาลงมา แต่ยอมรับว่าผู้ค้ารายย่อยคงบังคับให้ลดราคาไม่ได้ แต่เชื่อว่าในที่สุดพ่อค้าแม่ค้าจะลดราคาลงตามสภาพต้นทุน
นายยรรยงกล่าวว่าอยู่ระหว่างเร่งศึกษาต้นทุนรายการสินค้าทุกรายการและทุกบัญชีที่กรมการค้าภายในดูแล หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจะหารือร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปรับลดราคาสินค้าลงมาตามต้นทุนที่แท้จริงในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป โดยสัปดาห์หน้าจะเรียกผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าจำเป็นในการดำรงชีวิตมาหารือเพื่อปรับลดราคาลง จากนั้นจะเรียกลุ่มอื่นๆ ต่อไป ทั้งสินค้าปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช
คาดรถเมล์ปรับลด 1 บาท
ในส่วนของรถรับจ้างนั้นนายฉัตรชัย ชัยวิเศษ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน กล่าวว่า สมาคมเห็นด้วยว่าเพื่อเป็นการบรรเทาภาระประชาชนจึงจะปรับลดค่าโดยสารลง โดยในส่วนของรถเมล์ปรับอากาศจะลดลงระยะละ 1 บาท และรถเมล์ร้อนปรับลดลง 1 บาท จาก 10 บาท เหลือ 9 บาท โดยวันที่ 21 ตุลาคมนี้ จะร่วมกับกรมขนส่งทางบกในการประกาศลดค่าโดยสารดังกล่าว ซึ่งจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ ขสมก.
"วันอังคารหน้าจะมีข่าวดีแน่นอน และการปรับลดค่าโดยสารครั้งนี้อยากให้มีผลทันที แม้ว่ามีเอกชนบางรายไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เสียงส่วนใหญ่ในสมาคมเห็นว่าน้ำมันลดลงมากและลดลงในแนวดิ่ง จึงน่าจะถึงเวลาปรับลด หากจะให้ปรับลดลงมากกว่านี้คงไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ช่วงที่น้ำมันแพงเราก็ไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารมานาน 7-8 เดือน และเพิ่งมาปรับขึ้นแค่ 2 เดือนที่ผ่านมานี้เอง" นายฉัตรชัย กล่าวและว่า หากราคาน้ำมันยังปรับลดลงอีกก็คงต้องมาพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง
นายฉัตรชัยกล่าวว่าแม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ แต่ต้นทุนด้านอื่นไม่ได้ปรับลดลงตามไปด้วย หากคำนวณต้นทุนรถเมล์ร้อนของรถร่วมฯ ขณะนี้น่าจะอยู่ที่ 10.50 บาท ส่วนรถเมล์ร้อน ขสมก.น่าจะสูงกว่าหรืออยู่ที่ประมาณ 12 บาท เพราะที่ผ่านมาการกำหนดราคาค่าโดยสารของ ขสมก.ไม่ได้สะท้อนจากต้นทุนที่แท้จริง แต่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง จึงอยากเสนอให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสาร เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยควรกำหนดให้ชัดเจนว่าน้ำมันในระดับไหนควรจัดเก็บค่าโดยสารอัตราเท่าใด เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติในอนาคต
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงอัตราค่ารถโดยสารสาธารณะว่า หลังน้ำมันดีเซลลดลงเหลือ 24.74 บาทต่อลิตร ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดราคาค่าโดยสารได้ทันที โดยไม่ต้องรอมติของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้แจ้งว่าจะลดค่าโดยสาร 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร พร้อมทั้งได้รับรายงานคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง จะประชุมในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ เพื่อเร่งออกมติลดค่าโดยสารให้เร็วขึ้น ส่วนภาคเอกชนบางรายไม่อยากปรับลดค่าโดยสารลงมา โดยอ้างว่าจำนวนผู้โดยสารลดลง เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาและไม่ต้องเจรจา เพราะสุดท้ายต้องทำตามมติของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคมดูแลสินค้าและบริการให้ปรับลดราคาลงมาตามต้นทุนที่ลดลง จึงทำให้สินค้าหลายรายการเริ่มทยอยปรับลดราคาลงบ้างแล้ว ทั้งเหล็กและน้ำมันปาล์ม รวมถึงในส่วนของบริการรถโดยสารและเรือโดยสารก็มีความเคลื่อนไหวปรับลดค่าโดยสารลงเช่นเดียวกัน ซึ่งบริษัท ขนส่ง จำกัด มีมติอนุมัติให้ บขส.และรถร่วมบริการที่รับสัมปทานจาก บขส.เตรียมปรับลดราคาโดยสารลง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร และน่าจะมีผลวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
เจ๊เกียว เมินลดมากกว่า 3 สต.
นางจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง และเจ้าของกิจการอู่ต่อรถทัวร์และบริษัทเดินรถเชิดชัย กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะปรับลดลงมาก แต่รถร่วม บขส.คงปรับลดค่าโดยสารได้เพียง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตรตามเดิม ซึ่งจะปรับลดราคาลงวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ที่สำคัญน้ำมันดีเซลเคยขึ้นไปถึง 44 บาทต่อลิตร จึงทำให้ผู้ประกอบส่วนใหญ่ยังมีต้นทุนด้านอื่นที่ไม่ได้ปรับลดลงด้วย เช่น ยางรถยนต์ น้ำมันเครื่อง ฯลฯ ที่ผ่านมาผู้โดยสารก็ลดจำนวนลง เพราะส่วนหนึ่งหันไปใช้บริการรถไฟฟรี ทำให้ขณะนี้ยังคงขาดทุนสะสมอยู่
พร้อมเสนอว่ารัฐมนตรีคมนาคมไม่ควรมาสั่งปรับลดค่าหรือเป็นผู้กำหนดราคา แต่ควรตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกรมการขนส่งทางบก กรมการค้า และมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค มาพิจารณาข้อมูลเหตุผลความจำเป็นในการลดค่าโดยสารลง เพราะควรให้ความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการด้วย เบื้องต้นยืนยันว่าคงปรับลดค่าโดยสารลงต่ำกว่านี้ไม่ได้ แต่ในอนาคตหากน้ำมันยังลดลงอีกและไม่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นเหมือนที่ผ่านมา ก็มีโอกาสจะพิจารณาปรับลดค่าโดยสารลงได้อีกตามความเหมาะสม
เมล์เขียวยันไม่ปรับลดราคา
นายสมชายทองคำคูณ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางรายใหญ่ ซึ่งได้รับสัมปทานเดินรถในภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของการปรับลดค่าโดยสารนั้นต้องเป็นไปตามมติของกรมการขนส่งทางบก ที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะปรับลดหรือไม่ ดังนั้นในช่วงเวลาที่ยังไม่มีมติ ก็จะยังคงให้บริการในอัตราค่าบริการเดิมไปก่อน
นายสมชายกล่าวว่าหลังราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นทำให้บริษัทต้องปรับลดจำนวนเที่ยวรถโดยสาร ตั้งแต่ปลายปี 2550 เป็นต้นมากว่า 50% ในทุกเส้นทางให้บริการ จากเดิมที่เคยเดินรถทุก 1 ชั่วโมงต่อคัน ก็เปลี่ยนมาเป็น 2-3 ชั่วโมงต่อคัน และต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันที่ต้องใช้เดือนละกว่า 8 แสนลิตร จากจำนวนรถโดยสารกว่า 400 คัน แม้ว่าในตอนนี้ราคาน้ำมันจะปรับลงแล้วก็ตาม แต่ยังไม่เพิ่มเที่ยวเดินรถอย่างแน่นอน เนื่องจากประชาชนเดินทางน้อยลง
ในส่วนของสายอีสาน นายสุรชัย อุทัยวัฒนานนท์ ขนส่งจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การพิจารณาปรับลดอัตราค่าโดยสารนั้น ขนส่งจังหวัดขอนแก่นเตรียมการไว้แล้ว แต่ต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางก่อน หากส่วนกลางมีมติให้ปรับลดราคาค่าโดยสาร ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดต่อไป คาดว่าผลการพิจารณาน่าจะได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน
"ฐานราคาน้ำมันในการปรับค่าโดยสารครั้งสุดท้ายอยู่ที่ลิตรละ 28 บาท แต่ปัจจุบันน้ำมันดีเซลปรับลดลงมาเหลือเพียงลิตรละ 24 บาทกว่า เมื่อราคาน้ำมันปรับลดลงมาต่ำกว่าฐานก็ต้องปรับลดค่าโดยสารอยู่แล้ว แต่รอเพียงผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลางเท่านั้น" นายสุรชัยกล่าว
ด้าน นายสงวนศิลป์ อ่อนจันทร์ ประธานสหกรณ์เดินรถขอนแก่น จำกัด กล่าวว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงมาเกือบลิตรละ 20 บาท นับว่าเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการเดินรถโดยสาร เพราะไม่ต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงเหมือนช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ผลจากราคาน้ำมันที่ลดลงมาและมีกระแสข่าวว่าจะมีการพิจารณาปรับลดราคาค่าโดยสารนั้น ขณะนี้ขนส่งจังหวัดยังไม่ได้เรียกประชุมพิจารณาปรับลดราคาค่าโดยสารแต่อย่างใด หากมีการพิจารณาปรับลดลง มองว่าน่าจะปรับลดไม่เกิน 1 บาทตลอดสาย ซึ่งจะทำให้ค่าโดยสารจะปรับลดจากเดิม 10 บาทตลอดสาย เหลือเพียง 9 บาท
นายสงวนศิลป์กล่าวว่า หากจะให้ปรับลดถึง 2 บาทนั้น ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะช่วงน้ำมันปรับตัวสูงถึงลิตรละ 40 บาท ขณะที่ค่าโดยสารอยู่ที่ 8 บาทตลอดสาย ผู้ประกอบการได้เรียกร้องไปยังขนส่งจังหวัดให้ปรับขึ้นอีก 2 บาทมาเป็นเวลานานถึง 5-6 เดือน ถึงได้ประกาศปรับราคาใหม่ แต่เมื่อราคาน้ำมันลดลงได้ไม่เพียง 1-2 เดือน ก็จะให้ปรับลดค่าโดยสารแล้ว คิดว่าควรจะให้ราคาน้ำมันนิ่งกว่านี้ หรือชะลอการปรับค่าโดยสารไปอีกสัก 5-6 เดือน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
