นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงมาตรการ 5 เรื่อง เกี่ยวกับการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ว่า มาตรการแรก คือ การส่งเสริมผู้ค้าหาบเร่ แผงลอยให้ขายได้ตลอดสัปดาห์ แต่กำหนดจัดระเบียบเดือนละ 2 ครั้ง โดยสำนักงานเขต และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ จะหารือกับผู้ค้าและเป็นผู้กำหนดวันหยุดเอง เพื่อทำความสะอาดและจัดระเบียบความเรียบร้อย ซึ่งการกำหนดให้ผู้ค้าสามารถค้าได้ทุกวัน เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ทำงานและอาศัยในพื้นที่ แต่ยังคงคุมเข้มในจุดต่างๆที่เคยห้ามขายเช่น เดิม โดยจะทดลอง 6 เดือน เพื่อดูความเรียบร้อย หากไม่เป็นไปตามที่ตกลง หรือ สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้เดินทางเท้า ก็จะกลับไปใช้การหยุด 1 ครั้งต่อสัปดาห์เช่นเดิมผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า มาตรการที่ 2 ส่งเสริมย่านการค้าดังให้เป็นที่รู้จัก ได้มาตรฐาน มีเอกลักษณ์ เพื่อดึงนักท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ผู้ค้า เช่น ย่านการค้าเยาวราช ประตูน้ำ บางลำพู เป็นต้น มาตรการที่ 3 ส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จัดตลาดนัดจากผู้ผลิต ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งทางกทม.เอง จะให้ตลาดของกทม. ทั้ง 9 แห่ง และตลาดเอกชนกว่า 80 แห่ง กำหนดจัดสัปดาห์ละ 1 วัน ซึ่งจะเป็นสินค้าเกษตรที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
นายอภิรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการที่ 4 กำหนดให้ปี 2552 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร โดยจัดปฎิทินตารางท่องเที่ยวทั้งที่เป็นประเพณีต่างๆของไทย และแบบที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วไป เพื่อดึงเม็ดเงินเข้ามาช่วยเศรษกิจในภาครวม มาตรการสุดท้าย สร้างผลิตภัณฑ์ Made in Bangkok ดึงโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. เข้ามามีส่วนรวม เปิดตลาด Hand Made และให้เยาวชนได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ แสดงฝีมือ และนำสินค้าที่ได้มาจำหน่ายที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่ เสาร์ที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป
ข้อมูลจาก มติชน
