พระนครศรีอยุธยาอ่วม น้ำท่วมหนัก 33 โรงเรียน ผอ.สั่งปิดแล้วโรงเรียน 7 แห่ง ระบุ มีบางโรงเรียนน้ำท่วมซ้ำซากติดต่อกัน 3 ปี ด้าน "คุณหญิงกษมา" เต้นชงของบกลางปี 52 จำวน 363 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนทรุดโทรมน้ำกัดเซาะ และช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบหนัก ด้านเขื่อนป่าสักยังไม่พ้นวิกฤตน้ำท่วมอยุธยา
(6พ.ย.) นางปาลิดา กุลรุงโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) พระนครศรีอยุธยา เขต 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานในพื้นที่สพท.พระนครศรีอยุธยาเขต 2 มีน้ำเหนือไหลผ่านมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้โรงเรียนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม 33 โรง จาก 208 โรงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้มีโรงเรียนที่ได้รับความเดือดร้อนต้องปิดการเรียนการสอนไป 5 โรง ทั้งนี้ ในระหว่างนี้ทางโรงเรียนได้แก้ปัญหาด้วยการมอบการบ้านให้นักเรียนไปทำที่บ้าน และเมื่อเปิดการเรียนการสอนได้แล้วจะมีการสอดชดเชยในวันเสาร์ อย่างไรก็ตาม ความเสียหายนั้นจะทราบได้เมื่อน้ำลดแล้ว
โรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมนั้นส่วนใหญ่จะเป้นโรงเรียนในพื้นที่ราบลุ่ม และทุกปีจะมีน้ำท่วมโรงเรียนอยู่แล้ว โดยปีนี้เป็นครั้งที่สามและมีปริมาณน้ำมากกว่าทุกปีที่ผ่านมานางปาลิดา กล่าว
ด้านนายธำรง แก้วเล็ก ผอ.สพท.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 กล่าวว่า ในส่วนของสพท.เขต 1 นั้น มีโรงเรียนได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม 7 โรง จากโรงเรียนทั้งหมด 212 โรง และขณะนี้ทางโรงเรียนขอปิดการเรียนการสอนแล้ว 2 โรง คือ โรงเรียนวัดกลางปากกราง ขอปิดเป็นเวลา 10 วัน และโรงเรียนวัดตาลเอน ขอปิดเป็นเวลา 5 วันโดยทั้ง 2 โรงจะ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย.เป็นต้นไป ส่วนอีก 5 โรงนั้น เนื่องจากน้ำท่วมบริเวณชั้นล่างของอาคารเรียนแต่ชั้นสองยังสามารถใช้สอนหนังสือได้
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เสนอของบกลางปี 2552 จำนวน 363 ล้านบาท เพื่อนำมาซ่อมแซมอาคารเรียนที่เสียหายจากน้ำท่วมและช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมใหญ่ช่วงเดือน กันยายน 2551 พบว่ามีโรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วม อยู่ในพื้นที่ 47 จังหวัด ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ถึง 135 สพท.
นายอุกฤต ถาวรไกรกุล หัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแถมลุ่มน้ำป่าสัก ทำให้ระดับน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนมีจำนวนมาก แต่ขณะนี้ระดับฝนตกเริ่มลดลงมาบางแล้ว ทำให้น้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนป่าสักเริ่มลดลง โดยในวันนี้ทางเขื่อนป่าสัก ต้องมีการปรับการระบายน้ำใหม่
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีน้ำก้อนใหญ่จากจังหวัดนครสวรรค์ ที่จะลงมาสู่เขื่อนเจ้าพระยาจำนวนมาก และหากทางเขื่อนป่าสักระบายน้ำออกจากเขื่อนจำนวนมาก ก็จะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบ จึงทำให้ทางเขื่อนป่าสัก ตัดสินใจที่จะลดปริมาณการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนป่าสัก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบระหว่างน้ำป่าสักและน้ำเจ้าพระยา
นายอุกฤต กล่าวต่อไปว่า สำหรับการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักในวันนี้ จะระบายน้ำออกจากเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 450-500 ลูกบาตรเมตรต่อวินาที หรือวันละ40 ล้านลูกบาตรเมตรต่อวัน ซึ่งลดจากเมื่อวาน ซึ่งระบายน้ำอยู่ที่ 650 ลูกบาตรเมตร หรือวันละ 65 ล้านลูกบาตรเมตรต่อวัน ทำให้เขื่อนป่าสัก จะต้องมีการแบกรับน้ำที่สูงเกินการเก็บกักอยู่บ้าง เพื่อลดปัญหาไม่ให้น้ำทั้ง 2 ก้อนมาชนกันจนมีน้ำท่วมสูง
ขณะที่ระดับน้ำในเขื่อนป่าสักขณะนี้ก็เก็บอยู่ในอ่างของเขื่อนป่าสักนั้นสูงกว่า 960ล้านลูกบาตรเมตรแล้ว ส่วนระรับนี่ไหลเข้าเขื่อนป่าสักในขณะนี้อยู่ที่ 500-600 ลูกบาตรเมตรต่อวินาทีหรือ 50-60ล้านลูกบาตรเมตรต่อวัน ซึ่งก็จะไม่มีปัญหากับตัวเขื่อนในช่วงระยะสั่นๆ เพราะหลังน้ำก้อนใหญ่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแล้วทางเขื่อนป่าสักก็สามารถระบายน้ำออกจากเขื่อนได้ตามปกติสถานการณ์ก็จะคลีคลายลง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
