นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องแนวทางการดำเนินงาน เพื่อรักษาประโยชน์ของชาติจากผลงานสร้างสรรค์ของศิลปิน หลังจากเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ในเบื้องต้น สวช.ได้มีการจัดทำคู่มือพิทักษ์สิทธิ์ผลงานของศิลปิน เพื่อจัดข้อมูลและวิธีการพิทักษ์สิทธิ์ของศิลปินแจกให้กับทายาทและศิลปินว่าจะดูแลและปกป้องผลงานเหล่านั้นอย่างไร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและรวบรวมข้อมูลว่าการพิทักษ์สิทธิ์ศิลปินนั้นจะออกมาเป็นรูปแบบไหน เช่นจะเสนอเป็น กฏกระทรวง ระเบียบกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม หรือเสนอเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปและความชัดเจนเร็วๆนี้ สำหรับหน่วยงานจะเข้ามาดูแล เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ผลงานของศิลปิน คงมอบให้กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมเป็นผู้ดูแลและศึกษารายละเอียดต่างๆนายสุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ศิลปินหลายท่านกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ผลงาน ซึ่งสร้างสรรค์ไว้ก่อนได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ดังนั้นตนคิดว่าจะต้องหาทางช่วยเหลือ และโดยเฉพาะสัญญาที่เกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ หลังจากที่ศิลปินเจ้าของผลงานเสียชีวิต เพราะเมื่อผลงานของศิลปินแห่งชาติ ครบกำหนดอายุการคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ ผลงานเหล่านั้นจะตกเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน เนื่องจากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
ส่วนที่ 4 เรื่องอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มาตรา 19 บัญญัติไว้ว่า ภายใต้บังคับมาตรา 21 และมาตรา 22 ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติไว้ว่าให้การคุ้มครองมีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลา 50 ปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ซึ่งหมายความว่าหากผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต 50 ปี ผลงานเหล่านั้นก็จะตกเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินทันที จากนั้นใครก็มีสิทธิ์ที่จะนำผลงานนั้นไปพิมพ์ซ้ำหรือแปรรูป เป็นละคร หรือภาพยนตร์ โดยไม่ต้องขออนุญาต เนื่องจากหมดอายุการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์แล้ว
นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ และกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะมีหน่วยงานพิทักษ์สิทธิประโยชน์ในงานศิลปกรรมของชาติ หรือผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินแห่งชาติ หลังจากศิลปินเสียชีวิตครบ 50 ปี โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ทายาท หรือหน่วยงานใดๆ ซึ่งการดำเนินการในลักษณะนี้จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เนื่องจากรัฐจะไม่ได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน หรือเพื่อช่วยเหลือเหล่าทายาทของผู้สร้างสรรค์ให้ได้รับผลประโยชน์จากผลงานของบรรพชนของตน ดังนั้นจึงเห็นว่าจำเป็นต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบดูแลคุ้มครองผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้
นายเอกวิทย์ ณ ถลาง กรรมผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะอาจจะมีผู้สร้างสรรค์งานที่เสียชีวิตเกิน 50 ปี แต่ยังมีทายาทอยู่และอยู่ในสภาพอัตคัดมาก ดังนั้นถ้ามีคนดูและหรือคุ้มครองก็จะช่วยเหลือได้
ข้อมูลจาก มติชน
