ไทยติดอันดับ 17 ประเทศที่มีอุบัติการณ์วัณโรคสูงสุดในโลก คนเดินห้างทุก 500 คน มีเชื้อวัณโรค 1 คน 60-70% ผู้ป่วยรายใหม่เป็นหนุ่มสาว แนะสงสัยติดเชื้อรีบพบแพทย์ เจอเร็วโอกาสหายถึง 98%เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2550 ที่โรงแรมเอสดี อเวนิว น.พ.มาโนชญ์ ลีโทชวลิต รองปลัดกทม. กล่าวในการเป็นประธานเปิดประชุม เรื่อง การบริหารจัดการโรควัณโรคแบบครบวงจร ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดโดยกองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่า สถานการณ์วัณโรคของประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 17 ของโลก จาก 22 ประเทศ ที่มีอัตราอุบัติการณ์ของโรคสูงสุดในโลก เนื่องจากการระบาดของโรคเอดส์การเพิ่มขึ้นของเชื้อวัณโรคต้านยาหลายขนาน และการควบคุมวัณโรคในระดับชาติยังถูกละเลยขาดประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ทั่วประเทศมีประมาณ 90,000 รายต่อปี ในจำนวนนี้ครึ่งต่อครึ่งเป็นผู้ป่วยที่เสมหะพบเชื้อสามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ และเสมหะไม่พบเชื้อ แต่ต้องเข้ารับการรักษาทั้ง 2 กลุ่ม เฉพาะเขต กทม. มีผู้ป่วยรายใหม่ 15,000 รายต่อปี ซึ่งผู้ป่วยรายใหม่ 60-70% เป็นคนในวัยเจริญพันธุ์ หนุ่มสาว พนักงานบริษัท อายุไม่เกิน 45 ปี เนื่องจากโดยมากคนในวัยนี้มีวิถีชีวิตอยู่ในที่ที่มีคนแออัด ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง เพราะผู้ที่มีเชื้อวัณโรคจะไม่แสดงอาการในทันที สามารถทำงานได้อย่างคนปกติ จึงไม่รู้ว่าใครป่วยเป็นวัณโรคบ้าง ยากแก่การป้องกัน อีกทั้งผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายน้อยลงก็จะติดเชื้อวัณโรคได้ง่าย
หากมีอาการไอติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ น้ำหนักลด และมีไข้ต่ำๆ ในเวลาเย็นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อขอตรวจหาวัณโรค และผู้ป่วยรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยใหม่มีโอกาสหายถึง 98% แต่หากขาดการรับประทานยาจะทำให้เกิดภาวะดื้อยาได้ น.พ.ชาญชัย กล่าว
น.พ.ชูชัย ศรชำนิ ผอ.สำนักบริหารจัดการโรคเฉพาะ สปสช. กล่าวว่า ในที่แออัดหรือผู้คนกระจุกตัวอยู่จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้าหรือย่านแหล่งช็อปปิ้งรวมไปถึงตลาดสด พบว่าทุกๆ 500 คน จะเจอประชากร 1 คน ที่มีเชื้อวัณโรค โดยเฉพาะในกทม.เป็นแหล่งที่มีความแออัด และมีการอพยพย้ายถิ่นของประชากรตลอดเวลา ส่งผลให้มีเชื้อวัณโรคแพร่กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งกทม.ได้เร่งค้นหาผู้ที่มีเชื้อวัณโรคในตัวเพื่อหาวิธีป้องกัน โดยการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะช่วยลดอัตราการป่วยได้ โดยการรักษาแบบการมีพี่เลี้ยงดูแลการกินยาอย่างต่อเนื่องตลอด 6 เดือน โดยเฉลี่ยจะเสียค่าใช้จ่าย 4,000-50,000 บาทต่อการรักษา 1 ครั้ง การที่กทม.มีแนวทางใช้การบริหารจัดการผู้ป่วยรายโรค โดยให้ผู้ป่วยลงทะเบียนและติดตามการรักษาผู้ป่วยต่อเนื่อง รวมถึง เร่งพัฒนาระบบข้อมูล จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยวัณโรคลงได้มาก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
